นายสุรสิทธิ์ สหัสธรรมรังษี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กรมที่ดิน เปิดเผยว่า
หลังการประกาศใช้ พ.ร.บ.อาคารชุดฉบับปรับปรุงใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 4 พ.ค. ที่ผ่าน
มา ทำให้อาคารชุดหรือคอนโด มิเนียมทุกโครงการต้องปรับปรุงข้อบังคับให้สอดคล้องกับกฎหมาย
ใหม่ภายใน 360 วัน ตั้งแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ แม้ว่ากฎหมายลูกจะยังไม่ประกาศใช้ก็ตาม
สำหรับข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุด จะเป็นข้อปฏิบัติร่วมกันของเจ้าของร่วมในโครงการชุดที่
ออกตาม พ.ร.บ.อาคารชุด เมื่อปรับปรุงกฎหมายใหม่แล้ว จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนข้อบังคับให้เป็นไป
ตามข้อกำหนดของกฎหมายฉบับใหม่ด้วย
นายนิติ คงทน ที่ปรึกษากฎหมาย สมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ข้อกำหนดที่
ต้องระบุไว้ในข้อบังคับใหม่ เช่น อัตราส่วนที่เจ้าของร่วมมีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลาง อัตราค่าใช้
จ่ายร่วมกัน เป็นต้น
นายนคร มุธุศรี นายกก่อตั้งสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า กฎหมายอาคารชุด
ฉบับปรับปรุงใหม่จะมี บทลงโทษกับผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด ทั้งการถูกฟ้องร้อง ถูกปรับ ถูกถอด
ถอน ถูกให้พ้นจากหน้าที่ได้ในหลายกรณี เช่น ไม่ดำเนินการหรือละเว้นการจัดเก็บค่าใช้จ่ายส่วน
กลาง ไม่จัดการให้มีการดูแลความปลอดภัย หรือความสงบเรียบร้อยในอาคารชุด เป็นต้น
นายสุรสิทธิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับความคืบหน้าในการแก้ไขสัญญา จะซื้อจะขาย และสัญญาซื้อขาย
มาตรฐานที่ออกตามกฎหมายอาคาร ชุดฉบับปรับปรุงใหม่ ขณะนี้ได้ รวบรวมข้อคิดเห็นของภาคเอก
ชน ได้แก่ การขอให้ไม่ต้องกำหนดเลขที่ใบอนุญาตก่อสร้างในสัญญา ระยะเวลาประกันส่วนควบเป็น
2 ปี และ ส่วนโครงสร้างเป็น 5 ปี การเปลี่ยนสัญญาโดยมีค่าใช้จ่าย
กรมที่ดินจะนำความเห็นเหล่านี้มาประมวลผลดีผลเสีย และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นทั้งกับผู้ซื้อและ ผู้
ขาย รวมทั้งปัญหาในอดีต เสนอให้รมว.มหาดไทย ตัดสินใจว่าจะแก้ไขหรือมีทางออกอย่างไร โดย
คำนึงถึงการให้ความเป็นธรรมกับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ
ด้านรายงานของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่า สถานการณ์โดยรวมของตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและ
อุปกรณ์ตกแต่งบ้านมีอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าในช่วงปี 2551
ตลาดจะมีมูลค่าประมาณ 2.92 แสนล้านบาท ขยายตัว 5.8% เพิ่มขึ้นจากที่ขยายตัว 4.1% ในปี
2550 แต่เป็นการเพิ่มขึ้นเพราะราคาสูงขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการเองจะต้องปรับตัวในช่วงที่ภาวะยอด
ขายชะลอตัวลง โดยหันมาเน้นการแข่งขันในการให้บริการมากขึ้น>