นายแคล้ว ทองสม ผู้อำนวยการสำนักประเมินราคาทรัพย์สิน (สปท.) กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง เปิด
เผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า หลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้กรมธนารักษ์จัดทำมาตรฐานการกำหนดค่า
ทดแทนการเวนคืนที่ดินของทุกหน่วยงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ขณะนี้การดำเนินการคืบหน้าไปมาก
แล้ว คาดว่าจะแล้วเสร็จและประกาศใช้ได้ในเดือนมีนาคม 2552 โดยจะทดลองใช้กับโครงการขนาดเล็ก 1
โครงการก่อน เพื่อประเมินผลตอบรับจากเจ้าของที่ดินว่าจะพอใจมาตรฐานค่าเวนคืนใหม่หรือไม่ หลักๆ จะ
เน้นให้ผู้ถูกเวนคืนได้รับความเป็นธรรมมากขึ้นกว่าเดิม
อย่างน้อยค่าเวนคืนน่าจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 20-30% ทำให้การเวนคืนรวดเร็วขึ้น แม้รัฐจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม
ขึ้นบ้าง อย่างโครงการรถไฟฟ้า 9 สาย ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามาบริหารมาตรฐานการเวนคืนที่ออกมาจะช่วย
ผลักดันโครงการเกิดได้เร็วขึ้น
หลักเกณฑ์ของร่างมาตรฐานการกำหนดค่าทดแทนการเวนคืนที่ดินใหม่ อาทิ 1.มีรายงานการประเมินราคา
การเวนคืนที่ดินให้เห็นชัดเจน จากเดิมมีแต่ประกาศลอยๆ 2.ใช้ราคาตลาดเพียงอย่างเดียวกำหนดค่าทด
แทน หากไม่สามารถนำราคาซื้อขายหรือราคาประเมินมาอ้างอิงและเปรียบเทียบให้เห็นจริงได้ 3.จัดทำราย
ละเอียดชัดเจนขึ้น และศาลสามารถนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาชี้ขาดกรณี มีการฟ้องร้อง
4.อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะจ่ายค่าชดเชยเกี่ยวกับความวิตกกังวลได้หรือไม่ ถ้าได้จะต้องให้เท่ากันทั้งหมด
หรือชดเชยให้เฉพาะ ที่อยู่อาศัย 5.ให้บริษัทประเมินเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม 6.ให้เจ้าของที่ดินว่าจ้างบริษัท
เอกชนช่วยประเมินราคาที่ดินได้ โดยหน่วยงานราชการที่จะเวนคืนออกค่าใช้จ่ายให้
"ปัจจุบันหน่วยงานที่ทำการเวนคืนที่ดินได้มาตรฐานยังมีน้อย จึงทำให้มีความเหลื่อมล้ำในการจ่ายค่าเวน
คืนเกิดขึ้น อย่างกรมทางหลวงชนบท (ทช.) การเวนคืนที่ผ่านมาก้าวหน้าไปมาก แต่ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าถูก
ต้องตามกฎหมายหรือไม่"
ตัวอย่างที่เห็นชัด คือ การเวนคืนโครงการถนนเชื่อมต่อรัตนาธิเบศร์ ที่ชาวบ้านนำไปเปรียบเทียบกับการเวน
คืนของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บริเวณคลองบางไผ่ ทำให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
(รฟม.) ต้องปรับค่าเวนคืนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ส่วนการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) ที่ผ่านมาได้ทำ
มาตรฐานไว้บ้างแล้ว คือ เวนคืนโครงการทางด่วนรามอินทรา-วงแหวนรอบนอก ขณะที่กรมทางหลวง (ทล.)
ยังใช้วิธีแบบเก่า ใช้ราคาอ้างอิงจากราคาประเมินเพียงอย่างเดียว จึงทำให้การเวนคืนค่อนข้างช้า>