งานจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่ถือเป็นภารกิจสำคัญของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่จะต้องผลักดันให้
เกิดการจัดรูปที่ดินใหม่ เพื่อแก้ปัญหาที่ดินตาบอดที่มีอยู่ทั่วประเทศ ทำให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นไปตาม
ผังเมืองที่วางไว้ ภายใต้พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ พ.ศ. 2547 โดยใช้วิธีการแบ่งแปลงที่ดิน
ใหม่ ส่งเสริมให้มีการพัฒนาสาธารณูปโภคเข้าไปในพื้นที่ ซึ่งจะทำให้ที่ดินมีมูลค่าสูงขึ้น เพราะมีศักยภาพ
ในการพัฒนามากขึ้น
โดยโครงการแรกอยู่บริเวณถนนพระราม 9 ซึ่งเป็น 1 ใน 10 โครงการนำร่องได้ดำเนินการมาตั้งแต่
ปี 2537 หรือเมื่อ 13 ปีที่แล้ว โครงการดังกล่าวถือว่ามีความคืบหน้าไปมาก แต่จนถึงขณะนี้กลับยังไม่
สามารถจบโครงการได้ เนื่องจากเจ้าของที่ดินบางแปลง ซึ่งเป็นคนกลุ่มน้อยไม่ให้ความร่วมมือ เพราะไม่
ต้องการเสียผลประโยชน์ แม้จะสามารถเจรจากับเจ้าของที่ดินด้านในทุกแปลงได้ลงตัวแล้วก็ตาม
ปัญหาดังกล่าวที่พบในการจัดทำโครงการนำร่อง ถือเป็นอุปสรรคสำคัญทำให้กรมฯ ยังไม่สามารถ
เดินหน้าจัดรูปที่ดินทั่วประเทศได้สำเร็จ แม้พระราชบัญญัติจะมีผลบังคับใช้มาหลายปีแล้ว ทำให้
กระทรวงมหาดไทยต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเป็นตัวกลางช่วยเจรจา เพื่อผลักดันให้โครงการจัดรูป
ที่ดินประสบความสำเร็จ
ประสงค์ โฆษิตานนท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้แนวทางในการแก้ไขปัญหานี้ว่า
“ในเบื้องต้นจะใช้วิธีการเจรจากับเจ้าของที่ดินที่มีปัญหาก่อน หากไม่สำเร็จกระทรวงมหาดไทยจะลงไป
เจรจาเอง โดยจะสร้างความเข้าใจกับเจ้าของที่ดินว่า เมื่อที่ดินถูกจัดรูปใหม่แล้วจะทำให้มีมูลค่าสูงขึ้น
กว่าเดิมอย่างน้อย 5-6 เท่าแน่นอน หากไม่สำเร็จอีกก็ต้องคงใช้วิธีเวนคืน ซึ่งเป็นการบังคับจากเจ้าของที่ดิน
แต่ก็จะทำให้รัฐต้องสิ้นเปลืองงบประมาณในการเวนคืน”
โครงการจัดรูปที่ดินถนนพระราม 9 มีพื้นที่รวม 67 ไร่ มีที่ดินรวม 36 แปลง มีเจ้าของที่ดินรวม 21
ราย ทั้งนี้แปลงที่ดินที่ยังไม่ยินยอมเข้าโครงการมี 3 แปลง อยู่บริเวณทางเข้าโครงการ ติดถนนพระราม 9 เป็น
ของบุคคลธรรมดา 1 แปลง อีก 2 แปลงเป็นทรัพย์สินของธนาคารนครหลวงไทยและธนาคารกรุงศรีอยุธยา
โครงการดังกล่าวอยู่ในทำเลใจกลางเมือง ห่างจากสี่แยก อสมท. 1.5 กม. ใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน
ทางด่วน และถนนสายหลักต่างๆ หากมีการจัดรูปที่ดินสำเร็จ ซึ่งจะมีถนนกว้าง 18 เมตรตัดผ่านเข้าไปใน
โครงการ ที่ดินแปลงนี้จะมีศักยภาพ สามารถนำมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์ เป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ด้าน
ตะวันออกของกรุงเทพฯได้ ทั้งนี้กรมฯ ตั้งงบประมาณไว้ 90 ล้านบาท สำหรับการลงทุนสาธารณูปโภค
ภายในโครงการ โดยจะประสานงานไปยัง กทม. ขอความร่วมมือสนับสนุนงบประมาณในการตัดถนนซอย
ประสงค์กล่าวว่า จะเร่งผลักดันโครงการพระราม 9 และโครงการนำร่องในจังหวัดต่างๆ ได้แก่
ยะลา น่าน ลำปาง พะเยา พิษณุโลก อุทัยธานี สมุทรสาคร เพชรบุรี นราธิวาสให้จบเร็วที่สุด เพื่อเป็นตัวอย่าง
ให้รัฐบาลเห็นก่อนจะเดินหน้าโครงการอื่นต่อๆ ไป ส่วนการเวนคืนที่ดินของรัฐในโครงการขนาดใหญ่ หาก
พื้นที่ใดเป็นพื้นที่ของรัฐ ก็จะต้องเจรจาให้เข้าร่วมโครงการด้วย โดยกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อการพัฒนาพื้นที่
ขณะนี้มีเงินทุนแล้ว 70 ล้านบาท สำหรับใช้ในการดำเนินงานโครงการ>