ตั้งแต่กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ติดประกาศเพื่อรับฟังการคัดค้านการวางผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่
ภายใน 90 วัน ระหว่างวันที่ 21 สิงหาคม – 18 พฤศจิกายน 2551 โดยก่อนหน้านี้ภาคเอกชนโดยสมาคม
อสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่-ลำพูน ได้มีการระดมความคิดเห็นจากสมาชิกของสมาคมฯ รวมทั้งประชาชนที่มี
ส่วนได้ส่วนเสียและผลกระทบจากการจัดทำผังเมืองรวมฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 นี้ อย่างต่อเนื่องแต่ปรากฏว่า
ไม่สามารถจุดประเด็นที่จะทำให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมหรือแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ของผัง
เมืองฉบับใหม่นี้ได้ ไม่ว่าสมาคมฯ จะหยิบยกประเด็นเรื่องราคาที่ดิน หรือสภาพความเป็นจริงที่เป็นการ
ขัดขวางการขยายตัวของเมือง
ประเด็นต่างๆ ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องที่ไกลตัว และบางส่วนมองว่าเป็นเรื่องของ
เจ้าของโครงการบ้านจัดสรร หรือบรรดานักธุรกิจเจ้าของที่ดินที่มักจะเดือดร้อนเพราะที่ดินไม่สามารถพัฒนา
ได้ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่มองเป็นเรื่องไกลตัว
สะดุ้งเมื่อมีข่าวขยายถนนเกือบทุก พท.ในตัวเมือง ชม.
แต่เมื่อมีกลุ่มองค์กรอนุรักษ์หลายแห่งในตัวเมืองเชียงใหม่ เริ่มหันมาให้ความสนใจอย่างจริงๆ จังๆ
พร้อมกับหยิบยกประเด็นของแผนผังแสดงถนนและนาดที่ถูกขยาย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการขยายถนนในเขต
ตัวเมืองเชียงใหม่แทบทั้งสิ้น ทำให้ประเด็นดังกล่าวโดนใจชาวบ้านอย่างมาก เพราะทุกครัวเรือนกลัวว่า
จะต้องถูกเวนคืนเพื่อไปขยายถนน โดยถนนที่จะขยายให้กว้าง 16 เมตร จำนวน 1 สาย คือบำรุงราษฎร์ซอย 4
เริ่มจากข้างร้านรับซื้อองเก่าเสี่ยกายไปทะลุถนนทุ่งโฮเต็ล ตรงไปออกถนนซูเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง ,
ถนนบำรุงราษฎร์ จากประตูค่ายกาวิละด้านตลาดสันป่าข่อยตรงขึ้นไปทางเหนือถึงสี่แยกโรงเรียนปรินซ์
รอแยลส์วิทยาลัยผ่านขึ้นไปถึงสามแยกแม่โจ้ , ถนนจากสี่แยกซูเปรอร์ไฮเวย์ผ่านศาลเด็กยาวไปจนถึง
สะพานนครพิงค์ นอกจากนี้ก็จะเป็นถนนตามซอยต่างๆ ที่จะตัดบรรจบกับถนนสายหลักต่างๆ ในเมือง
เชียงใหม่แทบทั้งสิ้น
ค้านการตัดถนนเสนอโครงการเชียงใหม่เมืองแฝดแทน
ประเด็นดังกล่าวนี้เองทำให้ประชาชนชาวเชียงใหม่เกือบทั้งหมด เริ่มตื่นตัวหันมารวมตัวและยื่น
หนังสือคัดค้านทั้งในนามขององค์กร และในนามส่วนตัว ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการขยายถนน
ดังกล่าวโดยเสียงที่มีการวิพากษ์วิจารณ์และคัดค้าน ส่วนหนึ่งมองถึงความไม่สอดคล้องกันโดยเฉพาะ
โครงข่ายคมนาคมขนส่งที่กำหนดให้มีการขยายถนนให้กว้าง 20 เมตรและ 30 เมตร ทั่วเขตเทศบาลนคร
เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเขตเมืองเก่าที่ควรอนุรักษ์ไว้ เพราะเป็นเมืองแห่งเสน่ห์ของศิลปวัฒนธรรม มีวิถีชีวิต
ประเพณีอันดีงามเป็นมรดกทางวัฒนธรรมสังคมที่ต้องสืบทอดส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ควรมีโครงการใดๆ ที่
จะส่งผลกระทบให้เกิดการทำลายให้ล่มสลายไป ความจริงที่ควรทำคือ สมควรทบทวนโครงการเชียงใหม่
เมืองแฝดที่สามารถพัฒนาให้ทันสมัยอย่างไรก็ได้ ถ้าผู้มีอำนาจมีวิสัยทัศน์กว้างไกลและมีจิตสำนึกที่ดีพอ>