นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวถึงกรณีการเสนอแก้ไขกฎหมาย
นิติบุคคลบ้านจัดสรรว่า ปัจจุบันข้อปฏิบัติในกฎหมายดังกล่าว ยังเป็นอุปสรรคในการโอนระบบ
สาธารณูปโภคสาธารณูปการในโครงการบ้านจัดสรร จากบริษัทผู้พัฒนาโครงการต่างๆ ให้แก่คณะกรรมการ
นิติบุคคลบ้านจัดสรร ที่ได้รับจัดตั้งขึ้นจากการเลือกสรรของลูกค้าในโครงการ
เนื่องจาก มีข้อสังเกตในการปฏิบัติก่อนการโอนระบบสาธารณูปโภค เช่น คณะกรรมการนิติบุคคล
หมู่บ้านจัดสรรเรียกร้องให้มีการจ่ายเงินซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคที่เกิดความเสื่อมโทรม จากการใช้งาน
ของลูกบ้านก่อนการโอน ซึ่งในกรณีดังกล่าว หากสาธารณูปโภคภายในโครงการไม่ได้เกิดความเสื่อมโทรม
จากการใช้งานในการก่อสร้างบ้านของผู้ประกอบการ ซึ่งความเสื่อมโทรมดังกล่าวจะไม่เสียหายจนใช้งาน
ไม่ได้นั้น ผู้ประกอบการเองก็ไม่ควรต้องรับภาระดังกล่าว แต่หากเสียหายของสาธารณูปโภคดังกล่าว เกิด
จากการกระทำหรือดำเนินการก่อสร้าง ผู้ประกอบการควรต้องรับผิดชอบในการซ่อมแซมส่วนที่เสียหาย
ดังกล่าว
ซึ่งจากปัญหาดังกล่าว ผู้ประกอบการเห็นควรมีคณะกรรมการเข้ามาตรวจสอบดูแลในเรื่องดังกล่าว
ก่อนการมอบโอนระบบสาธารณูปโภค ซึ่งในส่วนดังกล่าวผู้ประกอบการเห็นว่าควรแก้ไข โดยให้
คณะกรรมการจัดสรร ซึ่งมีหน้าที่พิจารณาอนุมัติโครงการจัดสรรให้เข้ามาทำเป็นผู้แทนส่วนกลาง ในการ
ตรวจสอบระบบสาธารณูปโภคก่อนการมอบโอนให้แก่คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรร
นายอิสระ กล่าวถึงแผนธุรกิจของบริษัทฯว่า ปัจจุบันได้มีการนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปเข้ามาใช้
ทั้งหมด 100% แล้ว โดยเฉพาะในโครงการทาวน์เฮาส์ บ้านแฝด บ้านเดี่ยว ระดับราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท
ส่วนบ้านระดับราคาที่สูงกว่า 5 ล้านบาทนั้น บริษัทยังใช้ระบบการก่อสร้างก่ออิฐฉาบปูน เนื่องจากบ้านกลุ่ม
ราคา5บ้านบาทขึ้นไปนั้น มีจำนวนที่น้อยอยู่ ไม่เหมาะสมกับการนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปเข้ามาใช้
เนื่องจากจะทำให้มีต้นทุนในการดำเนินการที่สูง
ทั้งนี้ การนำระบบก่อสร้างสำเร็จรูปเข้ามาใช้นั้น จะช่วยในการลดต้นทุนด้านดอกเบี้ย ร่นเวลาการ
ก่อสร้าง ลดการใช้แรงงาน และลดค่าก่อสร้าง และช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้บริษัทได้ดีมากขึ้น ซึ่ง
ในช่วงที่ผ่านมา ทางโครงการสามารถลดต้นทุนการก่อสร้างได้กว่า 5-10% ลดระยะเวลาก่อสร้างจาก 8 เดือน
เหลือ 4 เดือน นอกจากนี้ยังสามารถสต็อกบ้านในโครงการ จากเดิมที่ต้องสร้างสต็อกไว้รองรับลูกค้า>