แหล่งข่าวในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า การประเมินราคาของผู้ประเมินทรัพย์สินเริ่มมีปัญหามาก
ขึ้น เนื่องจากการประเมินราคาที่ดินที่ใช้เป็นหลักประกัน สูงเกินจริง ทำให้สถาบันการเงินเกิดความ ผิดพลาดใน
การปล่อยสินเชื่อจนทำให้เกิดปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้
สถาบันการเงินส่วนใหญ่จะใช้ผู้ประเมินราคาจากภายนอกมาประเมินราคาให้ แต่ในระยะหลังการ
ประเมินราคาของนักประเมินมีความผิดพลาดให้เห็นมากขึ้น อันเนื่องมาจากปริมาณงานที่มากเกินไป รวมถึง
จรรยาบรรณของผู้ประเมินราคาเองทำให้เกิดความผิดพลาดในการประเมิน โดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ
นายอภิชาต อรรฆย์ฐากูร ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินเชื่อเคหะ ธนาคารนครหลวงไทย กล่าวว่า ธนาคาร
ประสบปัญหาเรื่องบริษัทประเมินอยู่บ้าง กรณีถ้าเป็นการประเมินโครงการขนาดใหญ่ พบว่าบริษัทประเมินมักจะ
ประเมินโครงการด้วยราคาประเมินที่สูงเกินจริง ทั้งนี้อาจเป็นเพราะช่วงที่ผ่านมาตลาดอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้าง
บูม ทำให้การประเมินอ้างอิงราคาในตลาด
ตัวอย่างเช่น ที่ดินผืน ก. อยู่ใกล้กับที่ดิน ข. ซึ่งถูกพัฒนาเป็นโครงการที่มี ยอดขายสูง ที่ดินผืน ก. อาจไม่
สวยเท่าที่ดิน ข. ก็ได้ แต่เพราะคาดว่าถ้านำมาพัฒนาเป็นโครงการก็จะมียอดขายสูงเช่นกัน ที่ดินผืน ก. ก็จะได้รับ
การประเมินโดยอ้างอิงกับราคาที่ดินผืน ข.
อย่างไรก็ดี หากเป็นการประเมินสำหรับลูกค้ารายย่อยที่ต้องการกู้เงินซื้อบ้าน กลับพบว่าราคาประเมิน
มักต่ำกว่าความเป็นจริง โดยวิเคราะห์ได้ว่า ที่ผ่านมาตลาดที่อยู่อาศัยเติบโตมาก จนบริษัทประเมินขาดแคลน
บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ พนักงานที่รับเข้ามาใหม่เป็นนักประเมินที่ยังอ่อนประสบการณ์
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารพบ
ปัญหานี้อยู่บ้าง จึงได้ยกเลิกนักประเมินอิสระไปแล้วหลายคน เพราะถูกขึ้นบัญชีดำ
ด้านนายโสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า
ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของจรรยาบรรณเฉพาะบุคคลมาก กว่า จึงควรจะต้องมีองค์กรวิชาชีพเข้ามาตรวจสอบ
เพื่อยกมาตรฐานในวิชาชีพประเมินให้สูงขึ้น>