นายแคล้ว ทองสม ผู้อำนวยการสำนักประเมินราคาทรัพย์สิน กรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 1
มกราคม 2552 กรมธนารักษ์จะประกาศใช้ราคาประเมินทุนทรัพย์ที่ดินใหม่จำนวน 3.7 ล้านแปลง
หรือ 9 เขตของกรุงเทพมหานคร คือ เขตดอนเมือง หลักสี่ ประเวศ สวนหลวง บึงกุ่ม สะพานสูง คัน
นายาว ลาดพร้าว และจตุจักร ซึ่งราคาประเมินเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 35% เพิ่มขึ้นสูงสุดที่เขตลาดพร้าว
65.77% และอีก 120 อำเภอใน 52 จังหวัด ราคาประเมินเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 12.8% เพิ่มขึ้นสูงสุดที่ อ.วัง
จันทร์ จ.ระยอง 57.23% ซึ่งการประเมินราคาที่ดินใหม่ครั้งนี้เพื่อสะท้อนราคาที่แท้จริงในท้องตลาด
จากเมื่อปีก่อนที่ยังไม่ได้ประเมินในพื้นที่เหล่านี้
ทั้งนี้ การเลือก 9 เขตใน กทม.มาปรับปรุงราคาประเมินเนื่องจากพบว่าในปี 2551 ราคาซื้อขายและ
ราคาประเมินในเขตเหล่านี้แตกต่างกันมาก โดยเขตลาดพร้าวราคาที่ดินแพงขึ้นเป็นผลจากการตัด
ถนนใหม่หลายสายทำให้มีเส้นทางเข้ากรุงเทพฯ เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีโครงการรถไฟฟ้าผ่าน
เช่นเดียวกับเขตดอนเมือง มีการสร้างศูนย์ราชการบนถนนแจ้งวัฒนะ ส่วนของพื้นที่ร่องเสียง
ใกล้เคียงสนามบินสุวรรณภูมิอาจต้องปรับลดราคาประเมินลง แต่ราคาในพื้นที่ใกล้เคียงมีการ
เคลื่อนไหวเพิ่มสูงขึ้นบ้าง ขณะที่ใน อ.วังจันทร์ ราคาประเมินเพิ่มขึ้นมากเนื่องจากไม่ได้มีการปรับ
ราคามานาน อีกทั้งมีรีสอร์ตเพิ่มขึ้นในพื้นที่จำนวนมาก
“ราคาประเมินจะเพิ่มขึ้นไม่ถึงระดับสูงสุดของราคาที่ซื้อขายจริง จึงอาจมีส่วนน้อยที่จะดันให้ราคา
ซื้อขายจริงเพิ่มขึ้น ประกอบกับที่ราคาประเมินยังต่ำกว่าตลาดอยู่พอสมควรจึงไม่สะท้อนถึงภาวะ
เศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยมองว่าราคาที่ดินในตลาดปี 2552 อาจปรับลดลงมาบ้าง และน่าจะปรับลด
มากในปี 2553 ซึ่งปีหน้ากรมจะประเมินราคาที่ดินใหม่อีก 10 เขตภายในเดือนมกราคมว่าจะเป็น
เขต อย่างไรก็ตาม แม้ราคาประเมินที่ดินจะเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้สร้างภาระให้ประชาชนที่จะซื้อขายที่ดิน
มากนัก เนื่องจากรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ โดยการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนและ
จดจำนอง และภาษีธุรกิจเฉพาะ แต่หากว่ามาตรการนี้สิ้นสุดลงภาระจะอยู่ที่ประชาชนหรือไม่ก็ขึ้นกับ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่นำเงินจากส่วนนี้ไปบริหารพื้นที่ หาก อปท.ปรับลดลงก็ช่วยได้
สำหรับ 5 อันดับราคาประเมินที่ดินที่เพิ่มขึ้นในส่วนภูมิภาค ได้แก่ อ.วังจันทร์ อ.เชียรใหญ่ และ อ.
หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช เพิ่ม 47.90% อ.เมือง จ.อุดรธานี เพิ่ม 43.06% อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพิ่ม
41.30% และ อ.ปทุมรัตต์ และ อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด เพิ่ม 40.36%>