ปัญหาการจราจรในกรุงเทพมหานครที่นับวันยังคงเป็นเรื่องที่คนกรุงต้องใช้เวลาเดินทางฝ่ารถติดเพื่อไปทำงาน
และกลับบ้าน แม้ว่าในเมืองใหญ่ทุกแห่งของโลกจะเร่งแก้ปัญหาด้วยการส่งเสริมระบบขนส่งมวลชนด้วยระบบ
ราง โดยใช้รถไฟฟ้าเป็นหลัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเพิ่มโครงข่ายการคมนาคมขนส่งทางถนนก็ยังมีความ
จำเป็น
ปัจจุบันกรุงเทพมหานครได้ขยายตัวออกไปทำให้คนใช้ชีวิตในเมืองหลวง ไม่ได้อาศัยอยู่เฉพาะในเขตพื้นที่ของ
กรุงเทพฯเท่านั้นแต่รวมไปถึงในจังหวัด ปริมณฑลใกล้เคียง อย่างจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ซึ่ง
แทบจะเป็นอีกส่วนหนึ่งของชีวิตคนกรุงเทพฯไปแล้ว ดังนั้นการวางระบบถนนและทางด่วนเพื่อเชื่อมต่อการเดิน
ทางเข้า-ออกเมืองของคนกรุงเทพฯและปริมณฑล จึงยังคงอยู่ในแผนที่จะดำเนินการอีกหลายโครงการ โดยใน
ส่วนของทางด่วน ซึ่งมีการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นผู้ดูแลนั้น ในวันที่ 23 มี.ค. นี้ได้เปิดให้บริการ
เส้นทางใหม่อีก 1 โครงการ คือ ทางพิเศษสายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอก
โครงการนี้ เป็นส่วนต่อขยายจากทางพิเศษสายฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) ไปทางทิศเหนือเชื่อมกับถนน
วงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก ซึ่งจะช่วยเสริมโครงข่ายเส้นทางคมนาคมในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือของ
กรุงเทพมหานคร ย่านรามอินทรา สายไหม ถนนรามอินทรา วัชรพล ถนนหทัยราษฎร์ ถนนออเงิน (สุขาภิบาล 5)
ต่อเนื่องไปถึงบริเวณถนนลำลูกกาจังหวัดปทุมธานี ช่วงคลอง 1-คลอง 15 สามารถมีทางเลือกเข้าเมืองจากเดิมที่
ต้องใช้ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนพหลโยธิน สามารถเข้าวงแหวนแล้วต่อเข้าสู่ระบบทางด่วนได้สะดวกขึ้น ซึ่ง
ปัจจุบันเฉพาะทางพิเศษฉลองรัชที่ให้บริการอยู่เดิมมีปริมาณจราจรประมาณ 110,000 เที่ยวต่อวัน โดยหลังจาก
เปิดให้บริการส่วนต่อขยายรามอินทรา-วงแหวนรอบนอก จะมีปริมาณจราจรเพิ่มขึ้น 10,000 คันต่อวัน
นอกจากนี้ กทพ.ยังเปิดใช้ โครงการทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิเชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี เป็น
การช่วยส่งเสริมโครงข่ายเส้นทางคมนาคมของทางพิเศษบูรพาวิถี ให้สามารถรองรับปริมาณจราจร ในการเดิน
ทางเข้า-ออก สนามบินสุวรรณภูมิด้านทิศใต้ และช่วยบรรเทาปัญหาจราจรแออัดของถนนบางนา-ตราดและทำให้
นักท่องเที่ยวและประชาชนที่เดินทางมาจากจังหวัดภาคตะวันออกโดยทางพิเศษบูรพาวิถีเดิมมีปริมาณจราจร
80,000 คันต่อวัน เพิ่มขึ้นอีกวันละประมาณ 10,000 คันต่อวัน
ส่วน ทางพิเศษบางพลี-สุขสวัสดิ์ ระยะทาง 22.49 กิโลเมตร ที่เชื่อมต่อกับหลวงพิเศษหมายเลข 37 ถนน
วง แหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ตอนบางพลี-บางขุนเทียน ช่วงสุขสวัสดิ์-บางขุนเทียน) ระยะทาง 13.27
กิโลเมตร ของกรมทางหลวง เป็นส่วนหนึ่งของถนนวงแหวนรอบนอกด้านใต้ ซึ่งประชาชนได้ใช้บริการฟรีโดย
ไม่เสียค่าผ่านทางมาก่อนหน้านี้เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้วนั้น จะเริ่มเก็บค่าผ่านทางในวันที่ 23 มี.ค.นี้เช่นกัน โดยจาก
ที่เปิดใช้มีปริมาณการจราจร 100,000 คันต่อวัน
พ.ท.ทวีสิน รักกตัญญู รองผู้ว่าการ กทพ. กล่าวว่า โครงการทางพิเศษรามอินทรา-วงแหวนรอบนอก แม้จะเป็น
ส่วนต่อขยายจากทางพิเศษเดิมที่เพิ่มขึ้นเพียง 9.5 กิโลเมตร แต่เป็นส่วนที่เชื่อมโครงข่ายการเดินทางของ
ประชาชนในย่านตะวันออกเฉียงเหนือ ที่สามารถต่อเข้าถนนวงแหวนรอบนอกด้านตะวันออกวกลงไปเชื่อมกับ
ทางพิเศษบูรพาวิถี วนเข้าเมืองผ่านถนนสายบางนา-อาจณรงค์ (เอส 1) เข้าสู่ระบบทางด่วนขั้นที่ 1-2 หรือเข้า
ทางพิเศษฉลองรัช กลายเป็นวงแหวนขนาดเล็กเพิ่มขึ้นมาอีก 1 วงให้ผู้ที่ใช้เส้นทางในย่านฝั่งตะวันออกของ
กรุงเทพฯได้รับความสะดวกมากขึ้น
ด้าน พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ดูแลงานจราจร กล่าวว่า ทางด่วนราม
อินทรา-วงแหวนรอบนอก จะช่วยบรรเทาปัญหารถติดอย่างเห็นได้ชัดคือ รถที่ต้องขึ้นทางด่วนบริเวณด่านราม
อินทรา ถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาเข้าจะมีปัญหาติดขัดมากในช่วงเช้าเนื่องจากผู้ที่อาศัยอยู่บนถนนรามอินทรา
ตลอดทั้งเส้น ไปจนถึงมีนบุรี คลองสามวา ที่ต้องการขึ้นทางด่วนจะมาแออัดใช้ที่ด่านนี้ โดยเฉพาะรถจากซอยที่มี
บ้านเรือนประชาชนหนาแน่น เช่น ซอยคู้บอน ซอยวัชรพล นอกจากนี้ประโยชน์ที่จะเห็นได้ชัดเจนคือในช่วง
เทศกาล ซึ่งประชาชนที่อยู่ในย่านกรุงเทพฯด้านตะวันออกไม่ว่าจะเป็นย่านสุขุมวิท พัฒนาการ พระราม 9
รามคำแหง ลาดพร้าว นวมินทร์ รามอินทรา สามารถใช้ทางด่วนฉลองรัช ต่อเชื่อมเข้าถนนวงแหวนรอบนอก ไป
ภาคเหนือและภาคอีสานได้โดยไม่ต้องใช้ถนนวิภาวดี ดอนเมืองโทลล์เวย์หรือพหลโยธินที่มีการจราจรติดขัด
หนาแน่นในช่วงเทศกาล สำหรับทางพิเศษบางพลี-สุขสวัสดิ์หลังจากที่เปิดใช้ช่วยลดจำนวนรถบรรทุกบนทาง
ด่วนได้มาก และช่วยให้รถยนต์ที่ใช้ทางด่วนจากย่านบางนา ดาวคะนอง สุขสวัสดิ์สะดวกและเดินทางโดยใช้เวลา
น้อยลงจากก่อนหน้านี้มากขึ้น
ซึ่งนับเป็นอีกก้าวหนึ่งในการเพิ่มโครงข่ายการเดินทางให้มากขึ้น แต่ทั้งนี้ใช่ว่าจะคิดแค่เพิ่มเส้นทางเท่านั้น
จะต้องมีมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพทางที่มีอย่างจำกัดนี้ให้เกิดความสะดวกรวดเร็วสมดังที่เรียกกันว่า “ทางด่วน”
เพราะนั่นคือความหวังของคนที่ควักตังค์จ่ายค่าผ่านทางต้องการ.>