แหล่งข่าวจากกรมที่ดินเปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า เมื่อไม่นานมานี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอภิสิทธิ์
เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบให้ แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การจัดสรรที่ดิน
พ.ศ. 2537 ตามที่กรมที่ดินเสนอ เพื่อให้กฎหมาย สามารถบังคับใช้ในทางปฎิบัติได้
ทั้งนี้สาระสำคัญที่แก้ไข มี2-3ประเด็น ได้แก่ การเปิดโอกาสให้ลูกบ้านที่ซื้อโครงการจัดสรร หากเสียง
เกินกึ่งหนึ่งหรือ เกิน 50 % ของจำนวนแปลงที่ดิน ให้สามารถรวมตัวกันยื่น จดทะเบียนตั้งนิติบุคคล
บ้านจัดสรรได้ทันที และเมื่อจดทะเบียนฯแล้วให้ถือว่า ทรัพย์ส่วนกลาง ที่ประกอบด้วย ถนน
สวนสาธารณะ คลับเฮ้าส์ สระว่ายน้ำ ฯลฯ ต้องตกเป็นกรรมสิทธิ์ของ นิติบุคคลบ้านจัดสรร โดย
อัตโนมัติ พร้อมเงินขวัญถุงที่ผู้ประกอบการค้ำประกันสาธารณูปโภค ไว้กับ ธนาคาร
นอกจากนี้กฎหมายใหม่ยังลัดขั้นตอนการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร กล่าวคือ ไม่ต้องรอให้เจ้าของ
โครงการพ้นสภาพจากการดูแลทรัพย์ส่วนกลาง กฎหมายเปิดช่องให้ลูกบ้านรวมตั้งนิติบุคคลบ้าน
จัดสรร แต่ หากตกลงกันไม่ได้ ให้ทรัพย์ส่วนกลางตกเป็นสาธารณประโยชน์ทันที โดยให้หน่วยงาน
ท้องถิ่นเข้ามาดูแล
แหล่งข่าวกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา การตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร มีอุปสรรคค่อนข้างมาก เนื่องจากกำหนด
ขั้นตอนตายตัว คือ ให้ สิทธิ์ผู้ประกอบการ เป็นผู้วางแผนตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร ซึ่งได้แก่ ให้สิทธิ์
ผู้ประกอบการดูแลสาธารณูปโภค ไปจนกว่า จะยกทรัพย์ส่วนกลาง ให้ลูกบ้านดูแล ด้วยการยื่นจด
ทะเบียนตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรร ซึ่ง ในทางปฎิบัติ ผู้ประกอบการ ไม่ต้องการให้มีการตั้งนิติบุคคล
เพราะ ต้องการหาประโยชน์ จากการเรียกเก็บค่าส่วนกลางจากลูกบ้านในอัตราที่สูง
กรณีที่เจ้าของโครงการ ต้องการพ้นสภาพจากการดูแลทรัพย์ส่วนกลาง และ ให้นิติบุคคลบ้านจัดสรร
ดูแล แต่มีปัญหาว่าเมื่อมีการตั้งแล้ว มักยื้อไม่โอนที่ดินส่วนที่เป็นทรัพย์ส่วนกลางให้กับนิติบุคคลบ้าน
จัดสรร หรือ นิติบุคคลบ้านจัดสรรไม่รับโอนทรัพย์ส่วนกลาง เพราะ ติดภาระจำยอมเป็นต้น>