หลังผู้ใช้รถใช้ถนน รอคอยอยู่นาน ! ในที่สุด การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) ก็ใช้ ฤกษ์วันที่ 23
มีนาคม 2552 เปิดให้บริการและจัดเก็บค่าผ่านทาง " 3 ทางด่วนใหม่ " ได้แก่ 1. ทางพิเศษ รามอินทรา
-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร 2. ทางยกระดับด้านทิศใต้ สนามบินสุวรรณภูมิ เชื่อมทางพิเศษ
บูรพาวิถี และ 3. เริ่มเก็บค่าผ่านทางของทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์ โดยมี "นายเกื้อกูล ด่านชัย
วิจิตร" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน
อย่างไรก็ดี มีการคาดการณ์กันว่าหลังเปิดใช้บริการทางด่วนทั้ง3 แล้ว จะช่วยบรรเทาปัญหาจราจรที่
ติดขัด และเสริมประสิทธิภาพ ของระบบโครงข่ายทางพิเศษ ให้ครอบคลุมกว้างขวางยิ่งขึ้นทั้งในเขต
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
เริ่มจาก ทางพิเศษสายรามอินทรา -วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร เชื่อมต่อทางพิเศษฉลองรัช
เดิมที กทพ. ได้เปิดให้บริการทางพิเศษฉลองรัชมาตั้งแต่ปี 2539 มีจุดเริ่มต้นที่ อาจณรงค์บริเวณจุด
เชื่อมต่อ กับทางพิเศษเฉลิมมหานคร (ระบบทางด่วนขั้นที่1) ไปสิ้นสุดที่ถนนรามอินทรา บริเวณ
กิโลเมตรที่ 5.5 ระยะทาง 18.7 กิโลเมตร ปัจจุบัน ทางพิเศษฉลองรัชมีปริมาณจราจรมากกว่า 100,000
เที่ยวต่อวัน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ การให้บริการทางพิเศษ
ฉลองรัชให้เกิดประโยชน์สูงสุด กทพ.จึงได้ขยายขอบข่ายทางพิเศษฉลองรัช บริเวณถนนรามอินทรา
กิโลเมตรที่ 5.5 ไปเชื่อมต่อกับถนนวงแหวนรอบนอกฯ (ด่วนรามอินทรา-วงแหวนฯ) และเมื่อเปิด
ให้บริการ จะผนวกเป็นทางพิเศษสายเดียวกัน กับทางพิเศษฉลองรัช มีระยะทางรวม 28.2กิโลเมตร
โดย ทางพิเศษ "รามอินทรา -วงแหวนฯ "เป็นทางยกระดับขนาด 6ช่องจราจร มีแนวสายทางเริ่มต้นที่
จุดสิ้นสุด ของทางพิเศษฉลองรัช บริเวณถนนรามอินทรา กิโลเมตรที่ 5.5 สายทางมุ่งหน้าไปทางทิศ
ตะวันออกเฉียงเหนือข้ามถนนสุขาภิบาล5 ไปสิ้นสุดที่ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร บริเวณ
ทิศใต้ของทางแยกต่างระดับลำลูกกา รวมระยะทางประมาณ 9.5 กิโลเมตร
ทางพิเศษอีกเส้นทางหนึ่ง ได้แก่ ทางยกระดับด้านทิศใต้สนามบินสุวรรณภูมิ เชื่อมทางพิเศษบูรพาวิถี
มีขนาด 8 ช่องจราจร จากทางพิเศษบูรพาวิถี บริเวณกม.15 ของถนนบางนา-ตราด เข้าเชื่อมต่อกับ
ถนนเข้าสู่อาคารผู้โดยสารของสนามบินสุวรรณภูมิ ด้านทิศใต้ ระยะทาง 1.6 กิโลเมตร ซึ่งจะเสริม
โครงข่ายให้สามารถรองรับปริมาณจราจรและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน นักท่องเที่ยวในการ
เดินทางเข้า-ออกสนามบินสุวรรณภูมิ ด้านทิศใต้ และช่วยบรรเทาความแออัดบนถนนบางนา-ตราดได้
เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ กทพ. จะเริ่มเปิดให้บริการระบบเก็บค่าผ่านทางของทางพิเศษสายบางพลี-สุขสวัสดิ์
ระยะทาง 22.49 กิโลเมตร จากเดิมที่เคยเปิดให้บริการประชาชนชั่วคราว ส่วนถนนเชื่อมต่อ คือ ทาง
หลวงพิเศษหมายเลข 37 ถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร (ตอนบางพลี-บางขุนเทียน ช่วงสุข
สวัสดิ์-บางขุนเทียน)ระยะทาง 13.27 กิโลเมตร ของกรมทางหลวงอยู่ระหว่างคำนวณราคา ซึ่งจะยังไม่
เก็บค่าผ่านทางในช่วงนี้ จะเก็บค่าบริการเฉพาะทางด่วนเท่านั้น โดยผู้ใช้บริการ สามารถเดินทางต่อไป
จนถึงถนนพระราม 2 โดยไม่เสียค่าบริการ>