สิรวัต จันทรัฐ อธิบดีกรมบังคับคดี จัดคณะสื่อมวลชนสัญจรเหินฟ้าสู่เชียงรายตามไปดูปฏิบัติการขายทอดตลาด
ทรัพย์ในพอร์ต ซึ่งกรมตั้งเป้าการ "ผลักดันทรัพย์สิน" หรือการ "ระบายทรัพย์" ปีนี้ 1.2 แสนล้านบาท ในจำนวน
นี้เป็นเป้าของสำนักงานบังคับคดีเชียงราย 1,644 ล้านบาท
ผอ.สำนักงานบังคับคดีเชียงราย "ธนพร โปธานนท์" แจ้งว่า ผลงาน 2 ไตรมาสของปีงบประมาณ 2552 (ตุลาคม
2551-มีนาคม 2552) สามารถระบายทรัพย์ได้กว่า 722 ล้านบาท เวลา ที่เหลืออีกหกเดือนเชื่อมั่นว่าเข้าเป้า
แน่นอน
ที่น่าสนใจคือเชียงรายกำลัง "บูมเงียบ" ประเมินจากพฤติกรรมการเข้าแข่งขันประมูลทรัพย์สินของสำนักงานฯ
พบว่ามีสัญญาณบวกตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา มีปรากฏการณ์ของนักลงทุนนอกพื้นที่ทั้งจากกรุงเทพฯ และ
เชียงใหม่แห่แหนกันเข้ามาร่วมวงไพบูลย์
"เดือนเมษายนที่ผ่านมา มีนักลงทุนจากกรุงเทพฯ นั่งเครื่องมาซื้อ (ประมูลแข่ง) และจากเชียงใหม่ก็เริ่มเข้ามาเยอะ
เหตุผลเพราะเชียงใหม่บูมคนแห่ไปที่โน่น แต่พอทรัพย์ดีๆ เริ่มหมดไปคนก็เลยขยายมาบูมทางเชียงราย โดย
เฉพาะที่อำเภอเชียงแสน แม่สาย ผมยืนยันว่าของดีที่นี่ยังมีอีกเยอะ"
"ของดี" หรือทรัพย์ดีของกรม จะมีจริงหรือไม่ ลองประเมินทางอ้อมจากค่าธรรมเนียม 2 รายการ (ค่าธรรมเนียม
การขาย 3.5% กับค่าธรรมเนียมการถอนยึดบังคับคดี 2%) ที่กรมจัดเก็บก็แล้วกัน พบว่า ปี 2550 ทั้งปีจัดเก็บ
ได้ 2,700 ล้านบาท ปี 2551 ทั้งปีจัดเก็บได้ 4,300 ล้านบาท แต่ปี 2552 เพียง 6 เดือนแรกจัดเก็บได้แล้วกว่า
3,100 ล้านบาท บ่งบอกถึงทรัพย์ที่ประมูลเป็นทรัพย์ที่มีมูลค่า และประสิทธิภาพระบายทรัพย์ของกรมโดยตรง
สำหรับเป้าระบายทรัพย์ในภาพรวมของกรมบังคับคดีจำนวน 1.2 แสนล้านบาทนั้น ผลงานสองไตรมาส (ตุลาคม
2551-มีนาคม 2552) สามารถระบายทรัพย์แล้วทั้งสิ้น 69,800 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 58% หรือเท่ากับ
ทำงานเกินเป้าไปแล้ว
ข้อมูลเชิงสถิติ ปีงบประมาณ 2552 ในแง่คดีที่ค้างดำเนินการจากปีงบประมาณ 2551 มีจำนวน 57,403 เรื่อง
ทุนทรัพย์รวม 3.69 ล้านบาท เป็นคดีเกิดใหม่ 12,443 เรื่อง ทุนทรัพย์รวม 2.9 แสนล้านบาท สามารถ
ดำเนินการแล้วเสร็จ 15,222 เรื่อง ทุนทรัพย์รวม 2.78 แสนล้านบาท
มีเรื่องใหม่ 2-3 เรื่องเพื่อเร่งสปีดการระบายทรัพย์ อันดับแรกคือกรมได้จัดทำเว็บไซต์เพื่อเป็นแหล่งดาต้าเบส
ทรัพย์ที่ประกาศขายทอดตลาด สามารถสืบค้นได้ที่ www.led.go.th
เรื่องที่สอง เกี่ยวกับการวางเงินประกัน เดิมมูลค่าทรัพย์ที่ประมูลไม่ว่าจะสูงหรือต่ำวางเงินเพียง 5 หมื่นบาท ทำ
ให้ที่ผ่านมา บางครั้งมีการถ่วงเวลาทรัพย์มูลค่าหลักร้อยล้านบาทโดยคนที่ประมูลได้วางเงินแค่ห้าหมื่นบาท ถึง
เวลาต้องชำระเงินก็ขอยืดไปเรื่อยๆ จนถึงนาทีสุดท้ายก็ยอมให้ยึดเงินประกัน ทำให้เสียเวลาโดยใช่เหตุ
เพื่อแก้ทางปัญหานี้ กรมได้ออก ระเบียบใหม่ โดยทรัพย์ที่มีราคาประเมินเกิน 20 ล้านบาท ผู้ที่จะแข่งขันประมูล
จะต้องวางเงินประกัน 1 ล้านบาทขาดตัว โดยจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 เป็นต้นไป เป้าหมายเพื่อจะ
สกรีนผู้แข่งขันจะต้องเป็นผู้ต้องการประมูลจริงๆ เพราะถ้าชนะประมูลแล้วไม่มาชำระเงินตามนัด ก็จะต้องถูกยึด
เงินประกันทันที>