แนะวิธีเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน แค่ “ชื่อเสียง-ราคา” ไม่ใช่คำตอบ

ในจังหวะที่อัตราดอกเบี้ยทรงตัวในระดับต่ำ รวมทั้งต้นทุนการก่อสร้างในช่วงที่ผ่านมาไม่มีความผันผวนเรื่อง ราคามากนัก กลายเป็นโอกาสของตลาดรับสร้างบ้านที่ช่วยหนุนผู้บริโภคให้เร่งตัดสินใจปลูกบ้านในช่วงนี้มากขึ้น เพราะมองว่าเป็นจังหวะเวลาที่ดีที่สุดที่จะได้สร้างบ้านในต้นทุนที่ไม่สูงเกินไปนัก ตลาดรับสร้างบ้านก็กลับมาฟื้น ตัวได้อย่างรวดเร็วตามความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โอภาส ปัธทวัน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดและสถาปัตยกรรม บริษัท โฟร์พัฒนา จำกัด กล่าวว่า ลูกค้าที่เคยชะลอการตัดสินใจเริ่มกลับมาพูดคุยรายละเอียดการสร้างบ้านอีกครั้ง และมี การเซ็นสัญญาก่อสร้าง บางรายอยากรีบสร้างในปีนี้ ก่อนที่เศรษฐกิจจะดีขึ้น ซึ่งอาจจะทำให้ต้นทุนค่าก่อสร้าง สูงขึ้นอีก และต้องจ่ายแพงขึ้นไปอีก ช่วงที่ตลาดเริ่มฟื้นตัวกลายเป็นจังหวะของบริษัทรับสร้างบ้านที่มีความพร้อมที่จะเข้าไปรุกตลาดก่อนคู่แข่ง แต่ใน ขณะเดียวกันการแข่งขันที่รุนแรงเพื่อชิงยอดขายผ่านการทำ 'สงครามราคา' กลายเป็นการทำลายกลไกตลาดให้ เสียหาย บางครั้งอาจมีการฉวยโอกาส นำเอาความไม่รู้ของผู้บริโภคมาลดสเปกวัสดุก่อสร้าง เพื่อลดต้นทุน เพราะ ราคาที่โฆษณาไว้อยู่ในระดับต่ำมากจนไม่สามารถก่อสร้างได้ตามสเปกเดิม ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความเสียหาย บานปลายภายหลังจากปัญหาการใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพต่ำ และจะยิ่งอันตรายมากขึ้นหากมีการลดสเปกใน ส่วนโครงสร้าง ทำให้แต่ละปีมีผู้บริโภคที่พบปัญหาจากการใช้บริษัทรับสร้างบ้านและได้ร้องเรียนไปยัง สคบ. มากขึ้น โดยช่วง ต.ค. 51-เม.ย. 52 พบการร้องเรียนเรื่องการก่อสร้างไม่เสร็จและผู้รับเหมาทิ้งงานมากเป็นอันดับ 1 รวม 12 ราย รองลงมา คือ บ้านชำรุดหลังปลูกสร้าง 4 ราย ทางออกอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคมักใช้เป็นเกณฑ์ในการตัดสินใจเลือกใช้บริษัทรับสร้างบ้าน คือ ชื่อเสียงและ ผลงานในอดีต ซึ่งแต่ละรายต่างก็มีจุดเด่น รูปแบบบ้าน เงื่อนไข รวมถึงบริการแตกต่างกันไป อย่างไรก็ตามใน ระยะหลังการสร้างชื่อเสียงของบริษัทรับสร้างบ้านให้เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยดูจะเป็นเรื่องไม่ยากอีกต่อไป อาศัย เพียงการอัดงบการตลาด สร้างแบรนด์ด้วยการโฆษณากระจายผ่านสื่อต่างๆ ดังนั้นการเลือกด้วยวิธีเปรียบเทียบ ราคาต่อ ตร.ม. และสเปกวัสดุก่อสร้างของแต่ละบริษัทจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงควบคู่ไปกับชื่อเสียงของ บริษัท พันธุ์เทพ ทานชิติกุล นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวแนะวิธีเลือกบริษัทรับสร้างบ้านว่า ควรเข้า ไปดูสำนักงาน สัมผัสการทำงานของพนักงานขาย เพื่อประเมินว่ามีความเป็นมืออาชีพมากแค่ไหน รวมถึงควรเข้า ไปดูผลงานในอดีตด้วย เพื่อดูคุณภาพงานก่อสร้าง การเก็บรายละเอียด โดยให้คนที่รู้จัก ซึ่งสามารถดูงานก่อสร้าง เป็นมาช่วยดู และต้องระวังบริษัทที่เสนอราคาต่ำผิดปรกติเมื่อเทียบรายอื่นที่อยู่ในระดับและคุณภาพใกล้เคียงกัน เพราะอาจจะเป็นราคาที่ไม่สามารถก่อสร้างได้ตามต้นทุนจริง ตลาดรับสร้างบ้านในกลุ่มตลาดล่าง หรือราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ยังอยู่ในมือของผู้รับเหมารายย่อย เป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากได้เปรียบเรื่องต้นทุน ซึ่งบริษัทรับสร้างบ้านหลักๆ ที่เข้ามาเล่นในตลาดนี้ คือ บางกอก เฮ้าส์บิวเดอร์ และคอมแพคโฮม ทั้งสองบริษัทมีระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมาจากโรงงานเดียวกัน จึงสามารถก่อสร้าง ได้รวดเร็ว จึงประหยัดเรื่องต้นทุน ทำให้กำหนดราคาค่าก่อสร้างต่อ ตร.ม. ได้ต่ำ ซึ่งราคานับเป็นปัจจัยสำคัญ อันดับต้นๆ ที่มีผลต่อการตัดสินใจของกลุ่มตลาดล่างที่มีงบประมาณจำกัด จากการเปรียบเทียบแบบบ้านสำหรับที่ดินขนาด 30 ตร.วาของทั้งสองบริษัท พบว่า ค่าก่อสร้างต่อ ตร.ม. กำหนดไว้ใกล้เคียงกัน ในระดับไม่สูงกว่า 10,000 บาทมากนัก โดยคอมแพคโฮมกำหนดสเปกบ้านไว้ 2 แบบ คือ แบบคุ้มค่า คิดค่าก่อสร้าง 9,000 บาทต่อ ตร.ม. แบบ Economy คิดค่าก่อสร้าง 10,000 บาทต่อ ตร.ม. ปรับแบบบ้าน ได้ไม่เกิน 3 ครั้ง โดยไม่กระทบกับโครงสร้าง แปลนห้อง ในขณะที่บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ ล่าสุดได้เปิดตัวแบบ บ้านยัวร์ชอยซ์ ให้ลูกค้าสามารถลดต้นทุนค่าสร้างบ้านลงจากเดิมได้อีก เพราะลูกค้าสามารถเซ็นสัญญาให้บริษัท ดำเนินงานเฉพาะส่วนโครงสร้างของบ้านได้ ส่วนงานตกแต่งภายใน ลูกค้าจะเป็นผู้ดำเนินการเอง หรือจะให้ บริษัทก่อสร้างทั้งหลังตามเดิมก็ได้ โดยคิดค่าก่อสร้างทั้งหลังอยู่ในช่วงราคาเฉลี่ย 10,000 บาทต่อ ตร.ม. ส่วนค่า ก่อสร้างเฉพาะงานโครงสร้างคิดราคาตั้งแต่ 7,150-9,872 บาทต่อ ตร.ม. ขึ้นอยู่กับแบบบ้านที่เลือก โดยไม่สามารถ ปรับแบบบ้านได้ ทั้งนี้คอมแพคโฮม ซึ่งอยู่ในกลุ่มซีคอน มีจุดเด่นในเรื่องบริการลูกค้าตรงถึงบ้าน โดยมี โปรแกรมสำเร็จรูปในการนำเสนอแบบบ้านแบบ 3 มิติ ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการขายได้ดีขึ้น สุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ จำกัด กล่าวว่า แบบบ้านยัวร์ชอยซ์ เป็นการ ตอบโจทย์ผู้บริโภคในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ ลูกค้ามีงบประมาณจำกัด แต่ส่วนใหญ่มีความกังวลเรื่องความแข็งแรง ของงานโครงสร้าง หากจะใช้ผู้รับเหมารายย่อย ซึ่งบริษัทจะดำเนินงานโครงสร้างและสถาปัตยกรรมบางส่วนให้ ตั้งแต่งานเสาเข็ม ฐานราก เสา คาน และงานหลักสำคัญ เช่น ผนังกั้นห้อง ก่อฉาบ หลังคา ระบบประปา สุขาภิบาล ใบอนุญาตก่อสร้าง บริการขอมิเตอร์ไฟฟ้า-น้ำประปา และขอเลขที่บ้าน ส่วนงานตกแต่งอื่นๆ ที่เหลือ ลูกค้า สามารถเลือกเองได้ว่าจะหาผู้รับเหมาย่อยมาทำเอง หรือให้บริษัททำให้บางส่วนหรือทั้งหมด โดยมีโปรแกรม สามารถคำนวณราคาออกมาให้ลูกค้าเห็นขณะที่กำลังเลือกแบบบ้านได้ทันที ในส่วนของสเปกวัสดุก่อสร้างของทั้งสองบริษัท พบว่า ส่วนงานโครงสร้างไม่ค่อยมีความแตกต่างกัน เนื่องจากเป็นบริษัทในกลุ่มเดียวกัน โดยใช้โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูประบบ SCS (Seacon Construction System) ก่อสร้างได้รวดเร็ว ใช้เวลาต่ำสุดเพียง 5 เดือน ทั้งสองบริษัทระบุว่า รับประกันส่วน โครงสร้าง 10 ปี รับประกันส่วนงานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน 1 ปี นอกจากนี้ก็ยังเหมือนกันในส่วนงาน ผนัง ใช้การก่อด้วยอิฐมวลเบา Super Block Class G4 ฉาบปูนเรียบ ฉนวนกันความร้อนของเอสซีจี ประตูไม้ใช้วง กบไม้เนื้อแข็ง งานสีภายในและภายนอกใช้สีโจตัน พื้นชั้นล่าง-บนปูด้วยไม้ลามิเนตและกระเบื้องสีพื้นขนาด 12*12 นิ้ว โดยงานสถาปัตยกรรมและตกแต่งของแบบบ้านยัวร์ชอยซ์ ของบางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ หากไม่เลือกวัสดุ ก่อสร้างตามแบบของบริษัท ลูกค้าสามารถเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างเองได้ แล้วจ้างบริษัทดำเนินการหรือว่าจ้าง ผู้รับเหมาทั่วไปมาติดตั้งเอง ซึ่งอาจจะซื้อได้ในราคาต่ำกว่าบริษัท เป็นการยืดหยุ่นที่ช่วยให้ลูกค้าประหยัดได้มาก ขึ้น เช่น สุขภัณฑ์กำหนดในสัญญาเป็น Cotto แต่ลูกค้าอาจไปเลือกซื้อเองในท้องตลาดตามต้องการได้ ความแตกต่างของสองบริษัท เช่น คอมแพคโฮม งานโครงสร้างบันไดใช้ไม้เนื้อแข็ง ชำระเงินงวดแรก ณ วันทำสัญญา 15% ส่วนบางกอกเฮ้าส์บิวเดอร์ ใช้โครงสร้างเหล็กรูปพรรณ ชำระเงินทำสัญญางวดแรก 10% ต่อจากนั้นทั้งสองแห่งจะกำหนดให้ชำระอีกรวม 7 งวด ตลาดกลางชูคุณภาพสร้างความต่าง ในกลุ่มรับสร้างบ้านราคา 3-5 ล้านบาท รายเด่นๆ ในตลาด ได้แก่ ซีคอน โฮม และรอแยลเฮ้าส์ ซึ่งลูกค้า ในกลุ่มนี้เรื่อยไปจนถึงลูกค้าระดับบนมักจะให้ความสำคัญเรื่องแบบบ้านและคุณภาพการก่อสร้างมากกว่าเรื่อง ราคา เพียงแต่ทั้งสองรายจะแตกต่างกันในเรื่องระบบการก่อสร้าง ซึ่งรายแรกใช้ระบบสำเร็จรูป SCS (Seacon Construction System) มีสเปกวัสดุ 2 แบบ ได้แก่ Standard 13,000 บาทต่อ ตร.ม. และ Deluxe 15,000 บาทต่อ ตร. ม. มีบริการดิลิเวอรี่ปรึกษาแบบได้ถึงบ้านลูกค้า ส่วนรายหลังใช้ระบบหล่อในที่ ซึ่งเป็นระบบเดิม มีสเปกวัสดุ 2 แบบ ได้แก่ แบบ S 16,000 บาทต่อ ตร.ม. และแบบ A 19,000-22,000 บาทต่อ ตร.ม. ไม่รวมงานตกแต่งภายใน แต่ มีบริษัทในเครือที่สามารถให้บริการลูกค้าได้ และสามารถให้บริการสร้างบ้านจังหวัดอื่นๆ ที่ใกล้เคียงได้ ขึ้นอยู่กับ การพิจารณาของบริษัท ด้านสเปกวัสดุก่อสร้างทั้งสองบริษัทมีการกำหนดไว้แตกต่างในบางส่วน เช่น ซีคอน โฮม ผนังใช้ก่ออิฐ ฉาบปูนเรียบทาสี และไม้ฝาสำเร็จรูปขนาดกว้าง 6 นิ้ว โครงหลังคาเหล็กทาสีกันสนิม วงกบประตูใช้ไม้เนื้อแดง และอลูมิเนียมสีธรรมชาติ ชั้นล่างปูกระเบื้องเซรามิก ชั้นบนปูพื้นปาร์เกต์ สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ Cotto สีขาว งาน ถนน แถมพิเศษไม่เกิน 15 เมตร จากแนวเชื่อมต่อของโรงรถตามแบบมาตรฐานที่มีโรงรถเท่านั้น โครงสร้างบ้าน รับประกัน 10 ปี งานสถาปัตยกรรมและตกแต่งภายใน 1 ปี ส่วนรอแยลเฮ้าส์ ผนังใช้คอนกรีตมวลเบาความหนา 7.5 ซม. โครงหลังคา Easy Truss วงกบประตูอลูมิเนียมอบขาวและไม้แดง ชั้นล่างปูพื้นกระเบื้องเซรามิค ชั้นบนปู พื้นไม้ลามิเนต หนา 12 มม. สุขภัณฑ์และอุปกรณ์ American Standard สีขาว รับประกันโครงสร้างหลักของบ้าน 15 ปี ตัวบ้านทั่วไป 1 ปี หลังคาไม่รั่วซึม 5 ปี ในขณะที่โฟร์พัฒนา เปิดตัวแพ็กเก็จ Full Finished ในแบบบ้าน Young Executive Series หรือก่อสร้าง พร้อมตกแต่งภายในและจัดสวน โดยไม่คิดค่าออกแบบ ซึ่งจะทำให้ก่อสร้างได้รวดเร็วขึ้น เช่น แบบ FP.46S ราคา เฉพาะตัวบ้าน 5.71 ล้านบาท หรือ 17,000 บาทต่อ ตร.ม. ราคาแพ็คเก็จรวมตกแต่งภายใน 8 ล้านบาท หรือ 25,000 ตลาดบนยืดหยุ่นตามลูกค้า ลูกค้าในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความพร้อมด้านการเงิน และมีกำลังซื้อสูง จึงให้ความสำคัญกับรูปแบบบ้าน สเปกวัสดุที่สามารถปรับหรือออกแบบใหม่ได้ตามความต้องการของตนเองเป็นหลักมากกว่า โดยบริษัทที่โดดเด่น ในตลาดนี้ ได้แก่ โฟร์พัฒนา, โฮมสแตนดาร์ด ดีเวลลอปเม้นท์ รวมถึงโฮมดีเวลลอป ซึ่งเป็นบริษัทลูกของโฮมส แตนดาร์ดที่รุกตลาดบน ราคา 15 ล้านบาทขึ้นไป ซึ่งโฟร์พัฒนามีแผนก Premium Special Design รับออกแบบ บ้านทั้งหลังโดยไม่อิงตามแบบมาตรฐานของบริษัทเป็นทางเลือกเพิ่มให้ลูกค้า โดยจะมีสถาปนิกคอยดูแลตั้งแต่ต้น จนจบ พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการเลือกใช้วัสดุทุกรายการ และเป็นบริษัทเดียวในตลาดที่ไม่ใช้ผู้รับเหมาช่วง เพื่อสามารถควบคุมคุณภาพงานได้ใกล้ชิด โดยราคาของสเปกบ้าน Premium Series อยู่ที่ 18,000 บาทต่อ ตร.ม. ขึ้นไป มีการตรวจเช็คบ้านหลังส่งมอบทุก 6 เดือนเป็นเวลา 3 ปี ในขณะที่โฮมดีเวลอปก็มีบริการรับออกแบบใหม่ตามความต้องการของลูกค้าเช่นกัน มีสเปกบ้านให้ เลือก 2 แบบ คือ Deluxe 15,000-17,000 บาทต่อ ตร.ม. และ Super Deluxe 17,000-20,000 บาทต่อ ตร.ม. โดยเป็น ราคาบ้านพร้อมโครงสร้างต้านแผ่นดินไหว แต่หากลูกค้าต้องการโครงสร้างปกติ ก็จะลดราคาลงอีก 8-10% มี ระบบสัญญาณกันขโมยแบบ Wireless รอบบ้าน บริการตรวจเช็คบ้านหลังส่งมอบทุก 4 เดือน เป็นเวลา 2 ปี>

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง