นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.)
เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจที่มีปัจจัยบวก ในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาได้
เห็นผู้ประกอบการรายใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ก.ต.ล.) เริ่มเก็บที่ดินเข้าพอร์ต โดยในส่วนของบสก.
ขณะนี้มีผู้ประกอบการรายใหญ่ 3-4 รายได้เข้ามาดูที่ดินของบสก.หลายแปลงโดยบางแปลงอยู่ระหว่าง
การเจรจา ล่าสุดบสก.เพิ่งจะขายที่ดินในเชียงใหม่ไปให้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ของจังหวัดรายหนึ่ง
ในมูลค่า 200 ล้านบาท ขนาดประมาณ 90 ไร่ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้
ด้านแผนการดำเนินงานในปัจจุบัน บสก.ได้คัดทรัพย์ประเภทที่ดินเปล่า ซึ่งมีสัดส่วนถึง 63% หรือมี
มูลค่า 20,000 ล้านบาทของพอร์ตที่กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค อาทิ กรุงเทพฯ ราชบุรี เชียงใหม่ และ
เชียงราย เป็นต้น มาเสนอขายในเนื้อที่ไม่เกิน 50 ไร่ ประมาณ 500 แปลง คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้าน
บาท ภายใต้คอนเซ็ปต์ "พออยู่ พอกิน กับที่ดินบสก." ซึ่งเน้นให้ผู้ที่ซื้อไปทำการเกษตร โดยแบ่งลักษณะ
การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแนวทาง "เกษตรทฤษฎีใหม่" ในอัตราส่วน 30 : 30 : 30 : 10 คือ 1. ที่ดิน
สำหรับปลูกข้าว 2. ขุดบ่อเลี้ยงปลา 3. ปลูกพืชสวนพืชไร่ 4.ที่อยู่อาศัย มาเป็นแนวคิดในการลงทุนด้าน
เกษตรกรรม โดยยึดหลักแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ทั้งนี้เนื่องจากบสก.มองเห็นว่าปัญหาจากสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยทำให้เกิดคนตกงานเป็นจำนวนมาก
ซึ่งอาจจำเป็นต้องเดินทางกลับภูมิภาคเพื่อไปทำการเกษตร นอกจากนั้นแล้วยังมีผู้ที่มีฐานะดีแต่ต้องการ
เกษียณตัวเองกลับไปใช้ชีวิตกินอยู่อย่างพอเพียงซึ่งราคาที่ดินในภาคการเกษตรของเมืองไทยในขณะนี้ก็
มีราคาถูกแค่ไร่ละ 40,000 บาท หรือ ตารางวาละ 100 บาทเท่านั้น อย่างไรก็ดีบสก.คาดการณ์ว่าจะ
สามารถขายที่ดินได้ประมาณ 2,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ บสก. ได้จัดโปรโมชันพิเศษสุดสำหรับลูกค้าจองซื้อทรัพย์ที่ดินเปล่า ตั้งแต่วันนี้
ถึงวันที่ 30 กันยายน 2552 รับส่วนลดเพิ่ม 5% จากราคาอนุมัติขาย ฟรีค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์
ขณะเดียวกัน บสก. ได้เตรียมรองรับลูกค้ารายย่อยที่ไม่สามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินได้
สามารถผ่อนชำระกับ บสก. โดยราคาทรัพย์ต้องไม่เกิน 2 ล้านบาท คิดอัตราดอกเบี้ยถูกสุด MLR-3%
ตลอดระยะเวลาผ่อนชำระ 10 ปี พร้อมทั้งได้รับการสนับสนุนโครงการจากดั๊บเบิ้ล เอ ด้วยการมอบกล้า
ไม้ต้นกระดาษดั๊บเบิ้ล เอ เพื่อนำไปปลูก และพร้อมรับซื้อในราคาที่เป็นธรรม ตามมาตรฐานตลาด
สำหรับผลประกอบการ 5 เดือนของบสก.คาดว่า ณ ครึ่งปีแรกจะสามารถขายทรัพย์ได้เป็นมูลค่ากว่า
5,000 ล้านบาท และถึงสิ้นปีน่าจะทำได้ที่ 10,000-12,000 ล้านบาท จากเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ 11,628 ล้านบาท
ถือได้ว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ทรัพย์ที่ขายดีคือทรัพย์สินชิ้นเล็กประเภทที่อยู่อาศัยที่
ยังมีโอกาสในการขายสูงเพราะไม่มีใครทำบ้านมือสองพร้อมอยู่ทำให้บ้านมือสองของบสก.ได้รับความ
นิยมจากผู้บริโภคที่กำลังมองหาบ้าน
นอกจากนั้นแล้วทรัพย์ประเภทคอนโดมิเนียมของบสก.ไม่มีปัญหาเรื่องค่าส่วนกลางที่ผู้ซื้อไปต้องจ่าย
ย้อนหลัง โดยเร็วๆนี้จะนำบ้านมือสองเข้าร่วมงาน NPA แกรนด์เซลล์ ในเดือนกรกฎาคมนี้ และใน
ไตรมาส 3 จะจัดมหกรรมบสก.นำคอนโดฯ สภาพพร้อมอยู่จำนวน 300 ยูนิตมาจัดแคมเปญ และใน
เดือนตุลาคม ก็จะมีงานครบรอบย่างเข้าสู่ปีที่ 12
"บสก.เพิ่งรับโอนทรัพย์จากธนาคารทหารไทยเข้ามามูลค่าประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท และเร็วๆนี้
จะยื่นประมูลทรัพย์จากแบงก์ลูกครึ่งรายใหญ่รายหนึ่งเข้ามาในพอร์ตอีก 20,000 ล้านบาท"
กรรมการผู้จัดการใหญ่ บสก. กล่าวถึงทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ด้านราคาว่า ดัชนีราคาอสังหาฯ ถือ
ว่าถึงจุดต่ำสุดแล้ว และมีแนวโน้มราคาปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะที่ดินเปล่า จึงนับเป็นโอกาสดีสำหรับผู้
ที่มีเงินออม สามารถเลือกลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีโอกาสเพิ่มมูลค่าได้ในอนาคต หากเศรษฐกิจ
ในประเทศปรับตัวดีขึ้น ส่วนภาพรวมของตลาดทั้งปีเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาชะลอตัวลงกว่าแต่ไม่มาก
ซึ่งเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว หากแยกเป็นช่วงครึ่งปีแรกคาดว่าตลาดถดถอยลงประมาณ 10% เมื่อเทียบ
กับช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากคิดทั้งปีเชื่อว่าตลาดจะหดตัวลง 10-15% คิดจากยอดจดทะเบียนบ้าน
ใหม่ต่อปีที่อยู่ราวๆ 70,000 ยูนิต>