นายบรรยง วิเศษมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้
กระทรวงการคลังได้ส่งหนังสือแจ้งกลับมาว่าให้บสก.สามารถเข้าไปซื้อสินทรัพย์บังคับจำนองในกรมบังคับคดี
ได้ จากเดิมที่กำหนดให้บสก.สามารถซื้อเฉพาะสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสถาบันการเงิน
เท่านั้น
ทั้งนี้ จะเป็นช่องทางหนึ่งที่จะเร่งแก้ไขปัญหาหนี้เสียของประเทศได้เร็วขึ้น โดยปัจจุบันกรมบังคับคดีมี
สินทรัพย์จากการบังคับคดีขายทอดตลาดประมาณ 2 แสนล้านบาท และแต่ละปีจะมีการยึดทรัพย์เพื่อนำมาขาย
ทอดตลาด 1 แสนล้านบาท
นายบรรยง กล่าวว่า การที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดช่องให้ธนาคารพาณิชย์ร่วมลงทุนกับ
นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ที่รอการขาย (เอ็นพีเอ) และเอ็นพีแอล ซึ่งเป็น ผลดีต่อระบบ
เศรษฐกิจ ทำให้มีการแก้ไขปัญหาปรับปรุงเอ็นพีเอ และเอ็นพีแอลได้ ซึ่งจะไม่กระทบกับธุรกิจของบสก.ที่รับซื้อ
หนี้ด้อยคุณภาพของสถาบันการเงินมาบริหาร เพราะการจัดตั้งบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะคัดหลักทรัพย์ที่มี
ศักยภาพ ส่วนสินทรัพย์ที่ด้อยคุณภาพก็ต้องมีการบริหารจัดการขายออกมา
ปัจจุบันคาดว่าในระบบธนาคารพาณิชย์มีเอ็นพีเอประมาณ 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่อยู่
ประมาณ 1.5 แสนล้านบาท เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ได้มีนโยบายเร่งขายเอ็นพีเอออกมาให้บสก. รวมถึงจัดโปร
โมชันต่างๆ ทั้งการลดราคาต่ำกว่า 30-50% และให้เงินสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษ
นอกจากนี้ ธปท.มีข้อกำหนดการตั้งสำรองการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเมื่อครบ
กำหนดระยะเวลาที่ผ่อนผัน 5 ปี จะต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้น ทำให้ธนาคารต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากขึ้น ดังนั้น
ต้องเร่งขายเอ็นพีเอออกมาให้เร็วที่สุด เพื่อลดภาระในการตั้งสำรอง
ล่าสุด เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บสก.เพิ่งชนะการประมูลซื้อเอ็นพีแอลของธนาคารกรุงศรีอยุธยา มูลค่า
ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยเสนอราคาประมาณ 40-50% ของมูลค่าหลักทรัพย์ประกัน และกำลังรอการ
ประมูลซื้อเอ็นพีแอลจากธนาคารนครหลวงไทยอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนก.ค.นี้>