แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทยเปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่ง
กฎหมายออกกฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคารประเภทป้ายหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสำหรับ
ติดหรือตั้งป้ายในพื้นที่บางส่วนในท้องที่อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางคล้า อำเภอราชสาส์น อำเภอพนมสารคาม
อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอแปลงยาว และอำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พ.ศ.2552 โดย
กฎกระทรวงนี้ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2552
นอกจากนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติตราข้อบัญญัติเมืองพัทยาเรื่องกำหนดบริเวณ
ห้องก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาราคาบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่เมืองพัทยา
อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี พ.ศ.2552 ตามที่สภาเมืองพัทยา ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และคณะกรรมการ
ควบคุมอาคารเสนอ
ทั้งนี้ ให้ใช้กฎกระทรวงกำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาราคาบางชนิดหรือ
บางประเภทในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลนาเกลือ ตำบลหนองปลาไหล ตำบลโป่ง ตำบลหนองปรือ และตำบล
ห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง และตำบลจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พ.ศ.2547 บังคับในเขตเมืองพัทยา เว้น
แต่ที่ขัดหรือแย้งกับข้อบัญญัตินี้ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารดังต่อไปนี้
อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลัง
เดียวกันหรือหลายหลังเกิน 10,000 ตารางเมตร และอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคาร
รวมกันเพื่อประกอบกิจการในอาคารหลังเดียวกันหรือหลายหลังตั้งแต่ 200 ตารางเมตรแต่ไม่เกิน 10,000 ตาราง
เมตร เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกส่งเป็นไปตามข้อกำหนดดังต่อไปนี้ 1.ปากทางเข้าออกหลักต้อง
เชื่อมต่อกับถนนสุขุมวิท (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 เท่านั้น) 2.แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้อง
อยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่ 14 เมตรขึ้นไป (หรือ
แนวศูนย์กลางปากซอยทางเข้าออกของอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกส่งที่มีพื้นที่ตั้งแต่ตั้งแต่ 200 ตาราง
เมตรแต่ไม่เกิน 10,000 ตารางเมตร>