หลังจากที่มีข่าวเกี่ยวกับบริษัทรับสร้างบ้านที่หลอกลวงผู้บริโภค โดยไม่ก่อสร้างบ้านให้ตามสัญญา ซึ่งกรณี
ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างมาก และอาจเกิดกรณีดังกล่าวเพิ่มขึ้นในอนาคตหากไม่มีการให้ข้อมูล
ผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ในฐานะองค์กรที่รวบรวมผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน เพื่อยกระดับมาตรฐานธุรกิจรับ
สร้างบ้านให้เป็นที่ยอมรับ จึงได้จัดทำบทความเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจสอบบริษัท รับสร้างบ้าน เพื่อใช้เป็น
บรรทัดฐานของผู้บริโภคในการตรวจสอบและป้องกันบริษัทรับสร้างบ้านที่ขาดจริยธรรมในการดำเนินงาน
ก่อนสร้างบ้าน ต้องตรวจสอบ
บ้าน ถือว่าเป็นทรัพย์สินที่จัดได้ว่ามีค่ามากที่สุดที่คนทั่วไปที่มีโอกาสครอบครอง และน้อยคนที่จะมีโอกาสสร้าง
บ้านตามใจฝันของตนเอง แต่สำหรับคนที่มีโอกาสเช่นนี้ไม่ใช่ทุกคนที่จะสมหวังกับบ้านที่ตนเองมอบความ
ไว้วางใจให้ผู้ประกอบการ หรืออาจเป็นที่รู้จักในนามผู้รับเหมาเป็นผู้ก่อสร้างให้ หลายคนต้องประสบกับความ
ผิดหวัง
ไม่ว่า จะเป็นด้านคุณภาพงาน ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือบางคนอาจไม่ได้บ้านด้วยถูกผู้รับจ้างทิ้งงานไปด้วยสาเหตุ
ต่างๆ
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจรับสร้างที่มุ่งเน้นการประกอบวิชาชีพ
อย่างมืออาชีพ ได้ให้ข้อคิดที่จำเป็นสำหรับผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจในการสร้างบ้าน เพื่อใช้ประกอบการเลือก
และป้องกันการถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการที่ไม่สุจริตดังนี้
1.เลือกผู้ประกอบการที่มีการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล และมีสถาปนิกหรือวิศวกรประจำอยู่ เนื่องจากคุณภาพ
งานก่อสร้างที่ดีจำเป็นต้องอาศัยบุคลากรที่มีวิชาชีพ
2.เยี่ยมชมสำนักงานของผู้ประกอบการ เพื่อสังเกตความพร้อมในการให้บริการของผู้ประกอบการรายนั้นๆ
3.คัดเลือกผู้ประกอบการที่สนใจออกเป็นกลุ่มตามความรู้สึกของตนเอง เพื่อจะสามารถเปรียบเทียบได้อย่าง
ใกล้เคียงกัน ไม่ควรเปรียบเทียบผู้ประกอบการที่มีความแตกต่างกันมาก เนื่องจากจะมีความสับสนในด้าน
ค่าบริการหรือค่าใช้จ่าย
4.หาราคาเฉลี่ยของกลุ่มที่คัดแยก และประเมินว่าตนเองมีงบประมาณที่เหมาะสมกับบริการของผู้ประกอบ-
การกลุ่มใด เนื่องจากผู้ประกอบการแต่ละรายจะมีความโดดเด่นที่แตกต่างกัน และความแตกต่างของบริการนั้นๆ
จะสะท้อนออกมาในรูปของราคา
5.ขอเยี่ยมชมผลงานของผู้ประกอบการที่ตนเองสนใจ เนื่องจากคุณภาพงานก่อสร้างบางครั้งอาจขึ้นกับความ
พึงพอใจของเจ้าของ การได้เห็นผลงานจริงจะทำให้เกิดความมั่นใจในการใช้บริการ
6.สัญญาที่ใช้ว่าจ้างควรระบุชัดเจนถึงขอบเขตงานที่ทำ และมีเงื่อนไขการชำระเงินที่สัมพันธ์กับงานที่ทำ
รวมทั้งระบุสิทธิหน้าที่ระหว่างผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้างให้ชัดเจน โดยสามารถขอสัญญามาตรฐานของสมา- คม
ธุรกิจรับสร้างบ้าน มาใช้เปรียบเทียบกับสัญญาของบริษัทรับสร้างบ้านที่สนใจได้
7.พึงระลึกเสมอว่าผู้ประกอบการที่ไม่สุจริตทุกราย ล้วนมีวัตถุประสงค์เดียวกันคือต้องการเงินมากกว่างานที่จะ
ส่งมอบ และพยายามทุกทางให้เหยื่อของตนเองหลงเชื่อยอมตกลงทำสัญญาด้วย ดังนั้นราคาที่ต่ำผิดปกติ หรือ
สัญญาที่ไม่รัดกุมหรือเปิดช่องให้เอาเปรียบ ล้วนแต่เป็นวิธีที่ผู้ประกอบการประเภทนี้ใช้เป็นช่องในการหลอกลวง
ทั้งสิ้น
ดังนั้น หากผู้บริโภคตรวจสอบ หรือ ปฎิบัติตามข้อแนะนำข้างต้นอย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้สามารถคัดเลือก
ผู้ประกอบการที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการถูกเอาเปรียบได้>