นายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยกรณีการแก้ปัญหาบ้านเอื้อ
อาทรว่า ขณะนี้ กคช. ได้ดำเนินการแก้ปัญหาให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในบ้านเอื้ออาทร เช่น ปัญหาการขอโอนสิทธิก่อน 5 ปี
การซื้อบ้านแล้วยังไม่ได้รับมอบอาคาร การคมนาคมยังเข้าไม่ถึงในบางโครงการ ซึ่งปัญหานี้ได้รับการแก้ไขแล้ว
ส่วนการโอนสิทธิกำลังขออนุมัติคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะผ่านการพิจารณาในเร็วๆนี้ โดยมีหลายโครงการที่จะต้อง
โอนในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า เช่น โครงการหัวหมาก โครงการรังสิต เป็นต้น
สำหรับเรื่องใบอนุญาตสิ่งแวดล้อมจะได้รับจากสำนักนโยบายและแผนส่งแวดล้อมในวันที่ 25 สิงหาคม
2552 ประมาณ 20 โครงการ และคาดว่าจะได้รับใบอนุญาตทั้งหมดภายใน 4 ปี จะทำให้ปัญหาต่างๆเหล่านี้หมด
ไปได้ นอกจากนี้จากการที่ กคช. ได้จัดทำโครงการบ้านชุมชนเข้มแข็งโดยเน้นพัฒนาคนที่อยู่ในบ้านเอื้ออาทร
หรือในเคหะชุมชน ให้สามารถช่วยตัวเองได้ เช่น มีนิติบุคคลเคหะชุมชน ซึ่งสามารถจะดูแลและบริหารกันเอง
“นอกจากนี้ยังมีสหกรณ์ในชุมชนต่างๆให้สมาชิกออมเงินพึ่งพาตัวเองได้ และในอนาคตอาจขยาย
ออกไปเป็นเครดิตยูเนียน สามารถกู้ยืมเงินและผ่อนกันได้เป็นการออมทรัพย์สำหรับชุมชน เขาก็จะช่วยเหลือ
ตัวเองได้ ซึ่งตรงนี้ กคช. จะเข้าไปสนับสนุน”
นายศิริโรจน์กล่าวว่า การจัดโครงการชุมชนเข้มแข็งอยู่เย็นเป็นสุขเพื่อให้ชุมชนร่วมแรงร่วมใจกันบูรณา
การชุมชนให้กลายเป็นชุมชนเข็มแข็ง กคช. พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้ แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก เพราะต้องปรับ
พฤติกรรมและสร้างความเข้าใจ เนื่องจากผู้อยู่อาศัยในชุมชนมีความหลากหลาย เช่น แหล่งที่มา ศาสนา สังคม
อาชีพ เป็นเรื่องยากต่อการบริหารจัดการ คาดใช้เวลามากกว่า 1-2 ปี อีกทั้งต้องมีงบประมาณสนับสนุนบางส่วน
จาก กคช. และภาครัฐบาล>