สคบ.คุมรับสร้างบ้านขี้ฉ้อ

นายนิโรธ เจริญประกอบ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) กล่าวภายหลังเป็นประธาน เปิดงานประชุมสัมมนา หัวข้อเรื่อง “การทำสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ ” ว่า นับจากหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี2540 เป็นต้นมา ปัญหาการร้องเรียนการกระทำผิดสัญญาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ยังคงเป็นธุรกิจอับดับ1 ที่มีผู้บริโภค เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนมากที่สุด แม้ว่าในช่วงที่ผ่าน จำนวนการร้องเรียนของผู้บริโภคต่อธุรกิจอสังหาฯจะมีจำนวน ลดลงค่อนข้างมาก โดยในปี 2540 มีผู้บริโภคยื่นเรื่องร้องเรียน ให้สคบ.ช่วยดำเนินการไกล่เกลี่ย และดำเนินการฟ้องเรียก ค่าเสียหาย หรือบังคับคดีให้ผู้ประกอบการที่ผิดสัญญา ดำเนินการก่อสร้างที่อยู่อาศัย รวมถึงการฟ้องบังคับคดีให้ ผู้ประกอบการ มอบโอนสิทธิ์การถือครองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้บริโภคจำนวนกว่า 20,000 ราย ซึ่งใน ปัจจุบันแม้ว่าจำนวนผู้บริโภคที่เข้ามาร้องเรียนต่อ สคบ.จะลดลงไปมากแล้ว แต่ธุรกิจอสังหาฯยังคงเป็นธุรกิจที่มี จำนวนการร้องเรียนสูงสุดเป็นอันดับ 1 อยู่ ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา (1 ต.ค.51- 1 ต.ค.52) ธุรกิจอสังหาฯ มียอดการร้องเรียนเป็นอับดับ1 เหมือนช่วงที่ ผ่านมา โดยมีจำนวนผู้เสียหาย 2,600 ราย ส่วนใหญ่ผู้ประกอบการที่ถูกร้องเรียน ทั้งโครงการบ้านจัดสรร อาคาร ชุด การขายที่ดินเปล่า และผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน “ ปัญหาที่พบเป็นอันดับแรกคือ การไม่ปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงไว้ ไม่ก่อสร้างบ้านให้แล้วเสร็จตาม กำหนดเวลา และไม่ส่งมอบหรือโอนบ้านตามกำหนดเวลาที่ตกลงไว้ ส่วนกลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน มี จำนวนบริษัทที่ถูกร้องเรียนอยู่ประมาณ 10กว่าราย ส่วนใหญ่เป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาการก่อสร้างผิดแบบ แปลน และการก่อสร้างบ้านไม่แล้วเสร็จตามกำหนด ”นายนิโรธกล่าว ส่วนปัญหาการร้องเรียนเรื่อง การไม่ก่อสร้างบ้านให้แก่ลูกค้าให้แล้วเสร็จ และทิ้งงานก่อสร้างนั้น มี จำนวนค่อนข้างน้อย โดยในกรณีของบริษัทที่มีการเซ็นสัญญาก่อสร้างบ้านาและรับรับเงินค่าก่อสร้างจาก ผู้บริโภคไปแล้ว ไม่ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ทางสคบ.ได้ทำการส่งหนังสือเรียกให้บริษัทดังกล่าวมาชี้แจงหลายครั้งแล้ว แต่กลับไม่มีการตอบรับจาก ผู้แทนหรือเจ้าของบริษัทดังกล่าว “ หากดูจากเจตนาการและพฤติกรรมของบริษัทดังกล่าวแล้ว น่าจะปิดบริษัทหนีไป ซึ่งในกรณีนี้ สคบ. ได้แนะนำให้ผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนเข้าแจ้งความดำเนินคดี ข้อหาฉ้อโกงประชาชนต่อเจ้าพนักงาน ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีต่อไป แต่หากบริษัทดังกล่าวยังเปิดดำเนินกิจการอยู่ สคบ.จะดำเนินการฟ้องแทนผู้บริโภค เพื่อบังคับคดีให้ผู้ประกอบการที่ทำผิดสัญญาก่อสร้างบ้านให้เสร็จ หรือฟ้องเรียกเงินค่าเสียหายจากบริษัทดังกล่าว ให้ผู้บริโภค ” ด้านนายพิฆเนศ ต๊ะปวง ผู้อำนวยการคุ้มครองผู้บริโภคด้านสัญญา กล่าวว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาและ ป้องกันมิให้ผู้บริโภค ถูกเอารัดเอาเปรียบในการทำสัญญากับผู้ประกอบธุรกิจ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2544 จึงได้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่2) พ.ศ.2551 เพื่อกำหนดสิทธิ์ของผู้บริโภค เพิ่มขึ้น คือ สิทธิที่จะได้รับความเป็นธรรมในการทำสัญญา โดยสคบ.ได้จัดทำรายละเอียดในสัญญาจะซื้อจะขายที่ดิน การทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูก สร้าง และการทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดเพิ่มเติม เพื่อครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เช่น การเพิ่มเติมรายละเอียดเกี่ยวกับ สิทธิที่ลูกค้าจะได้รับการคุ้มครองในกรณีที่ ผู้ประกอบการไม่ดำเนินการตามสัญญาต่างๆ เช่น ไม่กำหนดวัน เวลา โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด ไม่ระบุราคาปรับกรณีผิดนัด ให้ผู้บริโภคชำระภาษีในวันโอนกรรมสิทธิ์ ก็ไม่ผ่าน ไม่ รับผิดชอบเรื่องความชำรุดบกพร่อง ก่อสร้างล่าช้า ไม่ใช้สัญญาตามที่ราชการกำหนด นอกจากนี้ สคบ. ยังเตรียมจัดทำวิจัยปัญหาการรับจ้างก่อสร้างบ้านบนที่ดิน เพื่อจัดเตรียมข้อมูลในการ ร่างสัญญามาตรฐาน ที่จะบังคับใช้กับผู้ประกอบการธุรกิจรับสร้างบ้านด้วย เนื่องจากปัจจุบัน ธุรกิจรับสร้างบ้าน ถูกร้องเรียนเพิ่มสูงขึ้นมาก โดยคาดว่าในปี53 นี้ สคบ.จะสามารถจัดเก็บข้อมูลและร่างสัญญามาตรฐานที่ ครอบคลุมทั้งในส่วนของผู้ประกอบธุรกิจ ผู้บริโภค และหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบได้ภายในปีหน้า รวมถึงจะ สามารถออกเป็นประกาศบังคับใช้ตามกฎหมายของสคบ.ได้ภายในปีหน้านี้>

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง