นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ในปีนี้และปีหน้าจะ
นับเป็นปีที่ทรัพย์สินรอการขาย (เอ็นพีเอ) ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ธนาคารเข้าไปประมูลลูกหนี้องค์การเพื่อการปฏิรูป
ระบบสถาบันการเงิน (ปรส.) ตั้งแต่สมัยวิกฤตปี 2540 จะผ่านกระบวนการทางกฎหมายและบังคับคดี เข้ามาเป็น
ทรัพย์สินรอการขายในระดับที่มากที่สุดที่ 2,000-3,000 ล้านบาทต่อปี แต่หลังจากปี 2554 เป็นต้นไป หนี้ที่ยึดเข้า
มาจะเริ่มน้อยลงแล้ว ธนาคารจึงต้องเร่งระบายทรัพย์ออกไปให้มากที่สุด โดยในปีนี้ตั้งเป้าหมายขายออกไป 4,000
ล้านบาท
สำหรับปีก่อนตั้งเป้าหมายไว้ 3,000 ล้านบาท แต่ผ่านไป 9 เดือนขายไปได้ 2,000 ล้านบาท โดยปัจจุบัน
เอ็นพีเอมีอยู่ 7,300 ล้านบาท หรือ 2,000 กว่ารายการ
นายธวัชไชย กล่าวว่า ธนาคารจะนำเอ็นพีเอมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท มาลดราคา 20-60% ขายออกไป
ให้ผู้สนใจโดยส่วนใหญ่เป็นที่ดิน คาดว่าจะขายได้หมด เพราะลดราคาลงมามาก อีกทั้งปล่อยกู้ 95% ดอกเบี้ย 0%
ใน 9 เดือนแรกสำหรับลูกค้าใหม่ และ 0% เป็นเวลา 1 ปี แก่ลูกค้าเก่า
นายธวัชไชย กล่าวอีกว่า ตลาดเอ็นพีเอปีนี้น่าจะคึกคัก โดยเฉพาะที่ดิน เพราะดอกเบี้ยในตลาดยังไม่
ปรับขึ้น การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จึงให้ผลตอบแทนดีกว่า อีกทั้งปีที่แล้วผู้ประกอบการอั้นซื้อที่ดิน มาปีนี้
เศรษฐกิจดีขึ้นคาดว่าจะกลับมาตุนที่ดินอีกครั้งเพื่อพัฒนาโครงการ
สำหรับกลยุทธ์สินเชื่อโครงการอสังหาริมทรัพย์ จะเน้นลูกค้าเก่าและเป็นโครงการแนวราบ แต่ถ้าเป็น
ลูกค้าใหม่ขอเลือกลูกค้าที่ดี
ด้านอัตราดอกเบี้ยคงไม่ปรับ ขึ้นเร็วๆ นี้ เพราะสภาพคล่อง มีอยู่มาก ขณะที่คนไม่ต้องการสินเชื่อ และ
การลงทุนที่หายไปจากมาบตาพุด
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจ สอบพบว่าในงวด 9 เดือนปี 2552 เกียรตินาคินมีกำไรจากการขายเอ็นพีเอ
502 ล้านบาท กรุงไทย 361 ล้านบาท บริษัท ทุนธนชาต 189 ล้านบาท ทหารไทย 181 ล้านบาท และสินเอเซีย 71
ล้านบาท>