บสท.โละสินทรัพย์ 1.7 แสนล.

นางจุไรรัตน์ ปันยารชุน กรรมการผู้จัดการ บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย (บสท.) กล่าวว่า ปัจจุบัน บสท.
มียอดสินทรัพย์คงเหลือจำนวน172,173ล้านบาท แบ่งออกเป็นเงินชำระตามแผนการปรับโครงสร้างหนี้จำนวน
49,921 ล้านบาท ทรัพย์สินระหว่างบังคับหลักประกันมูลค่า30,678 ล้านบาท และทรัพย์สินรอการขาย (NPA)
จำนวน91,574 ล้านบาท

โดยในปี 53บสท.ตั้งเป้าว่าจะมีรายได้รวม21,220ล้านบาทแบ่งออกเป็นรายได้จากการจัดเก็บหนี้ 13,82
ล้านบาท และรายได้จากการขยายNPA 7,400 ล้านบาท ในขณะที่ปี 54บสท.ตั้งเป้าว่าจะมีรายได้รวม 11,430ล้าน
บาท แบ่งเป็นรายได้จากการจัดเก็บหนี้ 8,730ล้านบาท และรายได้จากการขาย NPA อีก 2,700 ล้านบาท หรือจะทำ
ให้ในช่วง16เดือนก่อนที่ บสท. จะยุบเลิกกิจการนั้น จะสามารถระบายสินทรัพย์ได้ทั้งสิ้น 32,650ล้านบาท

ทั้งนี้ หาก บสท. สามารถสร้างรายได้ตามเป้าที่วางไว้ จะส่งผลให้ ณ ปี 54บสท.มีทรัพย์สินคงเหลือ
ทั้งสิ้น 139,523ล้านบาท ซึ่งสินทรัพย์ในส่วนที่เหลือทั้งหมด จะต้องจำหน่ายให้สถาบันการเงินของรัฐ คือ บริษัท
บริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์(บสก.) และบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) เพื่อนำไปบริหารการขายต่อ
ในขณะเดียวกัน จะให้สิทธิ์แก่เจ้าหนี้เดิมที่โอนสินทรัพย์ให้แก่บสท.ได้มีโอกาสในการเสนอซื้อสินทรัพย์ในส่วน
ที่เหลือก่อน

อนึ่ง บสท.เป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้เสียในระบบ ซึ่งมีอายุการ
ดำเนินงาน10 ปี และต้องยุบเลิกกิจการตามมาตรา 95 แห่งพระราชกฤษฎีกา(พ.ร.ก.) บสท. พ.ศ. 2544 ซึ่งบัญญัติว่า
เมื่อบสท.ดำเนินกิจการครบเจ็ดปีนับแต่วันที่ พ.ร.ก.ใช้บังคับแล้ว ต้องให้ยุบเลิกบสท.เมื่อครบ10ปี และชำระบัญชี
ให้แล้วเสร็จในเวลาไม่ช้ากว่าปีที่12 นับตั้งแต่วันที่ พ.ร.ก.ใช้บังคับ

นางจุไรรัตน์ กล่าวว่า ในส่วนของภารกิจเพื่อการยุบเลิกตามกฎหมายนั้น บสท.ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี
51 ที่ผ่านมา โดยได้จัดทำแผนงานเสนอต่อกระทรวงการคลังเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.51 และได้จัดประชุมกับสถาบัน
การเงินผู้โอนหนี้ทั้ง 23 แห่ง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีส่วนได้เสียในการร่วมรับผิดชอบผลกำไรและขาดทุน ที่จะเกิดขึ้นจาก
การบริหารหนี้เสียของบสท. เพื่อขอความเห็นเกี่ยวกับแนวทางในการบริหารจัดการสินทรัพย์คงเหลือ

“สถาบันการเงินส่วนใหญ่มีความเห็นให้ขายสินทรัพย์คงเหลือให้แก่ บสก.และบสส. ซึ่งขณะนี้ บสท.
อยู่ระหว่างนำเสนอความเห็นของสถาบันการเงินต่อกระทรวงการคลัง และหากเห็นชอบ ทางบสท.จะจัดแยกกอง
ประมูลขายสินทรัพย์ประเภทลูกหนี้ รวมถึงสิทธิ์เรียกร้อง และNPA ต่อไป ในเบื้องต้นจะมี 4 กอง”

สำหรับในปี 52 ที่ผ่านมา บสท.มีรายได้รวม 27,499 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้จากการปรับโครงสร้าง
หนี้จำนวน 16,309 ล้านบาท และรายได้จากการขาย NPA จำนวน11,190 ล้านบาท และมีรายได้จากการไถ่ถอนตั๋ว
สัญญาใช้เงิน จำนวน 21,690 ล้านบาท ส่งผลให้ ณ สิ้นปีที่ผ่านมา สามารถลดภาระหนี้สาธารณะของประเทศและ
จากการค้ำประ กันตั๋วสัญญาใช้เงินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ( FIDF )

โดยการไถ่ถอนตั๋วสัญญาใช้เงินในส่วนของเงินต้น จำนวน 161,261 ล้านบาท คิดเป็น65.07% ของ
ทั้งหมด 247,844 ล้านบาท และได้ชำระค่าดอกเบี้ยไปแล้ว จำนวน 20,349 ล้านบาท ทำให้ปัจจุบัน คงเหลือตั๋ว
สัญญาใช้เงิน จำนวน 86,583 ล้านบาท

นอกจากนี้ ในปีที่ผ่านมา บสท.ได้ส่งผ่านลูกหนี้สุจริตและมีศักยภาพกลับเข้าสู่ระบบสถาบันการเงิน
ตามปกติ ทั้งสิ้น 3,555 ราย คิดเป็นมูลค่าทางบัญชี 122,816 ล้านบาท>

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง