205 อาคารสร้างค้างฟื้นชีพ ได้นิรโทษกรรม 178 ตึก

วานนี้ (16 ก.พ.) ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ จัดสัมมนาผลสำรวจอาคารร้าง
ในเขต กทม. จากช่วงวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ล่าสุดพบเหลืออยู่ 205 อาคาร จาก 508 อาคารในปี 2544 และมี 178
อาคารเข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรม ส่วนอีก 27 อาคารไม่เข้าข่าย เพราะสร้างอยู่นอกกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
และพบตึกที่มีโอกาสในการพัฒนาสูง ในแนวรถไฟฟ้าปัจจุบัน และอนาคต 26 โครงการ

ผลสำรวจนี้ต่อเนื่องจากการที่กระทรวงมหาดไทย ได้ออกกฎกระทรวงนิรโทษกรรมอาคารสร้างค้าง
เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2552 คือ "กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์การออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร หรือดัดแปลงอาคาร
สำหรับอาคารที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ พ.ศ. 2552" ซึ่งอาคาร
ที่อยู่ในข่ายได้รับนิรโทษกรรม คือ อาคารที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างตั้งแต่ 17 ก.พ. 2535 ถึง 7 ส.ค. 2543 และหยุด
การก่อสร้างไว้ ไม่ได้ทำการก่อสร้างต่อจนแล้วเสร็จ

นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ กล่าวว่า การสำรวจอาคารสร้างค้างดังกล่าว เริ่มมา
เมื่อปี 2544 หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 พบว่าจากจำนวน 508 อาคาร พบกำลังถูกก่อสร้าง 25 อาคาร
สร้างแล้วเสร็จ 278 อาคาร จากการสำรวจในเดือน ม.ค. 2553 พบว่ามีอาคารสร้างค้างคงเหลือ 205 อาคาร คิดเป็น
พื้นที่ 4 ล้าน ตร.ม. แบ่งเป็น 1. 23 อาคาร พื้นที่ 4.5 แสน ตร.ม. เป็นอาคารสร้างค้างไม่มีการสร้างต่อ 2. 122 อาคาร
พื้นที่ 2 ล้าน ตร.ม.ก่อสร้างไปแล้วบางส่วน และ 3. 60 อาคาร พื้นที่ 2.5 ล้าน ตร.ม.ก่อสร้างเพียงเสาเข็ม

ในจำนวน 205 อาคาร เป็นอาคารที่มีความสูงไม่ถึง 8 ชั้น 59 อาคาร สูง 8-15 ชั้น 95 อาคาร และอาคาร
สูงเกิน 15 ชั้น 51 อาคาร โดยพบว่าเป็นอาคารที่พักอาศัย 158 อาคาร พื้นที่ 1.9 ล้าน ตร.ม. รองลงมาเป็นอาคาร
สำนักงาน 20 อาคาร พื้นที่ 1.3 ล้าน ตร.ม. และอาคารพาณิชย์ 17 อาคาร พื้นที่ 1.5 ล้าน ตร.ม. ที่เหลือเป็นอื่นๆ
ดังนั้น ถ้ามีการต่อมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาฯ จะเป็นโอกาสสำหรับอาคารพักอาศัยที่สร้างใกล้เสร็จ นำกลับมา
พัฒนาต่อ

พบ 178 เข้าข่ายได้รับนิรโทษกรรม
อาคารส่วนใหญ่อยู่ในเขตบึงกุ่ม บางกะปิ ดอนเมือง บางรัก ประเวศ โดยอาคารที่อยู่ในข่ายนิรโทษกรรม
และอยู่ในแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส จำนวน 6 แห่ง สายสีเขียว หมอชิต-สะพานใหม่ 6 อาคาร สายสีน้ำเงิน-ท่าพระ 4
แห่ง รถไฟฟ้าใต้ดิน 3 แห่ง แอร์พอร์ตลิงค์ 2 แห่ง สายสีแดง บางซื่อ-รังสิต 1 แห่ง สายสีน้ำเงินหัวลำโพง-บางแค
1 แห่ง และนอกรัศมี 500 เมตรอีก 81 อาคาร รวมจำนวนทั้งสิ้น 104 ในจำนวนนี้มี 26 โครงการมีศักยภาพสูงสุด
เพราะมีความคืบหน้าด้านการก่อสร้างไปมากแล้ว

นอกจากนั้น ยังพบอาคารในความดูแลของบรรษัทบริหารสินทรัพย์มากสุด 26 อาคาร รองลงมาคือ ธ.
ไทยพาณิชย์ 5 อาคาร ธ.ทหารไทย 4 อาคาร ที่เหลือกระจายตามสถาบันการเงินต่าง 1-2 อาคาร ไม่มีข้อมูล 87
อาคาร และพบว่ามีอาคารที่ไม่ติดจำนองจำนวน 11 อาคาร

ในจำนวนนี้มีอาคารที่เข้าข่ายนิรโทษกรรม 178 อาคาร และไม่อยู่ในข่ายนิรโทษกรรมจำนวน 27 อาคาร
ซึ่งอาคารที่เข้าข่ายนิรโทษกรรมจะต้องมีความคืบหน้าก่อสร้างเสาเข็ม 25% และการก่อสร้างไปแล้ว 10% ของ
พื้นที่ มีการเซ็นรับรองโครงสร้างอาคารจากวิศวกร โดยกฎกระทรวงมีอายุ 5 ปี

นายพินิจ เลิศอุดมธนา วิศวกรโยธา 8 วช. กองควบคุมอาคารสำนักการโยธา กทม. กล่าวว่า การออก
กฎหมายใหม่ ขณะนี้ ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดมาขอใช้สิทธิต่ออายุใบอนุญาต อาจเป็นเพราะเพิ่งมีการ
ประกาศใช้กฎกระทรวง ซึ่งยังต้องมีการตีความกฎหมายหลายประเด็น ซึ่งหากจะซื้ออาคารสร้างค้างใดมาพัฒนา
ต่อ นักลงทุนจะต้องตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด

ด้านนายวีระ วิสุทธิรัตนกุล นิติกรชำนาญการ สำนักควบคุมและตรวจสอบอาคาร กรมโยธาธิการและผัง
เมือง ระบุว่าในทางกฎหมายแล้ว ผู้ซื้ออาคารเก่าขออนุญาตเปลี่ยนการใช้ได้ แต่ต้องพิจารณาด้วยว่าประเภทการใช้
งานใหม่สอดคล้องกับเกณฑ์ต่างๆ ในปัจจุบันหรือไม่>

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง