หลังพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างทางหลวงเทศบาลสายเชื่อมระหว่างถนนวิภาวดีรังสิตกับ ถนน
พหลโยธิน ของกรุงเทพมหานคร มีผลบังคับใช้ ตั้งแต่ปี 2548 -2552 หมดอายุลง ล่าสุดสำนักการโยธา
กทม.ได้เสนอรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร ต่ออายุ พ.ร.ฎ.เวนคืนดังกล่าว อีก 4 ปี และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี
2553-2557 เป็นต้นไป
สาเหตุที่กทม.ต้องต่ออายุพ.ร.ฎ.ออกไปอีก 4 ปี แม้จะมีชาวบ้านต่อต้าน แต่เนื่องจาก มองว่า โครงข่ายของถนน
เส้นนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหารถติดและแบ่งเบาจราจรบนถนนวิภาวดีรังสิต ให้ระบายออกนอกเมือง
ไปยังถนนพหลโยธิน ทะลุออกถนนตัดใหม่ 2สายทางที่อยู่ระหว่างดำเนินการขณะนี้ คือ
โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อบริเวณถนนพหลโยธิน -รัตนโกสินทร์สมโภช และ โครงการก่อสร้างถนน
เชื่อมต่อบริเวณถนนรัตนโกสินทร์สมโภช-นิมิตใหม่ไปยังพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียงได้โดยไม่ต้องวกเข้าเมืองให้
เกิดปัญหากระจุกตัวของจราจร
ส่วนที่ดินและอาคารบ้านเรือนที่ได้รับผลกระทบแยกเป็น ที่ดินจำนวนกว่า 90 แปลง สิ่งปลูกสร้างจำนวน 85
หลังคาเรือน โดยในจำนวนนี้ เป็นที่ดินพื้นที่ว่างเปล่าของโรงแรมแอร์พอร์ตกรุงเทพสวิทโฮเทล ที่ตั้งอยู่บริเวณ
ถนนวิภาวดีรังสิต โดยประเมินว่าจะใช้งบประมาณชดเชยเพื่อการเวนคืนครั้งนี้ กว่า 200-300 ล้านบาท
ส่วนค่าก่อสร้าง ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
สำหรับแนวสายทาง โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อถนนวิภาวดีรังสิต-พหลโยธิน ระยะทาง 2.2 กิโลเมตร
หรือ 2,200 เมตร ขนาด 6 ช่องจราจร มีจุดเริ่มต้นจากบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตใกล้กับสำนักทางหลวงที่ 11
ของกรมทางหลวงบริเวณฝั่งตรงข้ามศูนย์ลูกเรือการบินไทย
จากนั้นแนวสายทางตัดผ่านที่ดินเอกชนหรือ ที่ดินบางส่วนของโรงแรมแอร์พอร์ตกรุงเทพสวิทโฮเทล สายทาง
ระเบียงเป็นรูปตัว"S "และ ยกระดับเป็นสะพานข้ามคลองบางเขน ทะลุข้ามฝั่งไปเชื่อมกับถนนพหลโยธินซอย
50 ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดโครงการ
นอกจากถนนเส้นนี้จะช่วยแก้ปัญหาจราจรที่ติดขัดแล้ว แน่นอนว่าผลพลอยได้ ตลอดแนวตั้งแต่ถนนวิภาวดี
รังสิตเชื่อมทะลุไปจนถึงถนนนิมิตรใหม่โซนตะวันออกของกทม. ระยะทางไม่ต่ำกว่า 20 กิโลเมตร จะ
กลายเป็นทำเลทองของบ้านจัดสรรในอนาคต !!!>