นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ภายหลังจาก
ที่ศูนย์ข้อมูลฯ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้จัดกิจกรรมส่งเสริมธุรกิจตลาดบ้านมือสองผ่านงาน
"มหกรรมบ้านมือสองแห่งชาติ" เพื่อให้มีการกระตุ้นให้มีการซื้อขายและพัฒนาธุรกิจตลาดบ้านมือสองเป็นไป
อย่างยั่งยืน
ปัจจุบันบ้านมือสองทั้งระบบมีประมาณ2 แสนยูนิต ในจำนวนดังกล่าวอยู่ในระบบ และสามารถเก็บข้อมูลได้
ประมาณ 1.4 แสนยูนิตอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล 70,000 ยูนิต ส่วนอีก 70,000 ยูนิตอยู่ในเขตต่างจังหวัด
แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 60,000 ยูนิต, ทาวน์เฮาส์33,500 ยูนิต คอนโดฯ 31,000 ยูนิต ตึกแถว17,000 ยูนิต และบ้านแฝด
1,000 ยูนิต
"แม้ว่าจะสามารถจัดเก็บข้อมูลจำนวนบ้านมือสองในตลาดได้บางส่วน แต่ปัจจุบันไม่สามารถระบุได้ว่าขายไปได้
เท่าไหร่แล้ว ส่วนยอดโอนที่กรมที่ดินจะเก็บข้อมูลรวมทั้งหมดไม่สามารถแยกได้ ดังนั้นเพื่อให้มีการเริ่มต้นเก็บ
ข้อมูลของบ้านมือสองทั้งหมด ศูนย์ข้อมูลฯ จึงได้จัดทำโปรแกรม MLS ขึ้นเพื่อให้บริษัทตัวแทนนายหน้านำ
ข้อมูลบ้านมือสองที่มีอยู่ในมือส่งข้อมูลมาและสมาชิกยังสามารถเรียกดูข้อมูลรวมของบ้านมือสองได้อีกด้วยอีก
ทั้งในอนาคต จะพัฒนาระบบไปสู่ภาคประชาชนมาฝากขายบ้านมือสองผ่านระดับดังกล่าว" นายสัมมากล่าว
นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลฯ ยังได้พัฒนาโปรแกรมระบบข้อมูลเพื่อการซื้อขายที่อยู่อาศัยหรือระบบ Multiple Listing
service (MLS)หรือระบบข้อมูลเพื่อการซื้อขายที่อยู่อาศัย ขึ้นมารองรับ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการซื้อขาย
บ้านมือสองในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งต่อตัวแทนนายหน้า ผู้บริโภคที่ต้องการที่อยู่อาศัย และ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้ประโยชน์ในการวางนโยบายและวางแผนด้านที่อยู่อาศัย
ปัจจุบันมีบริษัทตัวแทนนายหน้าที่ตอบรับเข้าร่วมเป็นสมาชิกนำส่งข้อมูลให้แก่ศูนย์ข้อมูล จำนวน 14 บริษัท
ด้านนายวิศิษฐ์ คุณาทรกุล นายกสมาคมการขายและการตลาด กล่าวว่า การที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์จัดทำ
โปรแกรมดังกล่าวถือเป็นเรื่องดี เพราะจะทำให้ตัวแทนนายหน้าสามารถหาข้อมูลในวงกว้างได้มากขึ้น และเชื่อว่า
ระบบนี้น่าจะทำให้การขายหรือการเปลี่ยนมือบ้านมือสองน่าจะทำได้เร็วขึ้นกว่าการขายอยู่แค่คนเดียว>