"ธนินทร์ นนนที" ผู้จัดการทั่วไปโครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ "ศิริสาทร"ศาลาแดงซอย 1 กล่าวกับ "ประชาชาติ
ธุรกิจ" ว่า หลังเดือนพฤษภาคม 2547 หรือเมื่อ 6 ปีก่อน ภาครัฐออกพ.ร.บ.โรงแรมฯ และเปิดโอกาสให้โครงการ
เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่ต้องการมีสถานะประกอบกิจการได้เทียบเท่าโรงแรมคือมีสิทธิ์รับลูกค้าเข้าพักแบบรายวัน
โดยยื่นคำขออนุมัติใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม จากกรมการปกครอง ทั้งนี้ภายหลังการยื่นคำขอโครงการ
เหล่านั้นจะมีสิทธิ์รับลูกค้ารายวันจนกว่าจะได้รับแจ้งว่าไม่สามารถอนุมัติใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมให้ได้
ขณะนี้เป็นไปได้สูงที่เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ทั่วประเทศที่ยื่นคำขอไว้ประมาณ 200 ราย จะไม่ได้รับอนุมัติ
ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมเกือบทั้งหมด
สาเหตุมาจาก 1) ใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร (ใบ อ.1) สูญหาย แม้ก่อนหน้านี้ภาครัฐได้อนุโลมให้ใช้ใบ ร.1
(ใบรับรองความปลอดภัยในอาคาร 1) แทน แต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่า
ไม่สามารถใช้ใบ ร.1 ทดแทนได้อีก และ 2) ประสบปัญหาในการปรับปรุงแก้ไขอาคารให้ถูกต้องตามพ.ร.บ.
ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2535 อาทิเรื่องระยะถอยร่น จำนวนที่จอดรถ เป็นต้น
"ตอนแรกทุกคนต่างมีความหวัง แต่พอมาดูเรื่องข้อกฎหมาย ถ้าเป็นโครงการเก่าทุกรายจะติดล็อกเรื่องข้อกำหนด
ระยะถอยร่นอาคารจากถนน และสิ่งปลูกสร้างโดยรอบ 6 เมตรเหมือนกันหมด เพราะโครงการส่วนใหญ่ไม่มี
พื้นที่ว่างโดยรอบเป็นระยะถอยร่นตามที่กฎหมายกำหนด"
สถานภาพผู้ประกอบธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เวลานี้เลยเสมือนเจอทางตันเพราะไม่มีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาต
ประกอบกิจการโรงแรมและรับลูกค้ารายวันอีกต่อไป
ผลกระทบจากที่ต้องหยุดรับลูกค้ารายวันถือเป็นจุดเปลี่ยนอีกครั้งของธุรกิจนี้ เพราะที่ผ่านมาโครงการส่วนใหญ่มี
สัดส่วนลูกค้ารายวันเข้าพักประมาณ 20% การสูญเสียรายได้ส่วนนี้ไปถือว่ามีผลกระทบค่อนข้างมาก คงไม่มี
โครงการใดเสี่ยงรับลูกค้ารายวัน เพราะพ.ร.บ.โรงแรมฉบับใหม่มีบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนรุนแรงขึ้น ปรับสูงสุดไม่เกิน
500,000 บาท และปรับอีกไม่เกิน 20,000 บาท ตลอดระยะเวลาที่ไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง และโทษจำคุก 3-6 เดือน
ซึ่งเจ้าของกิจการก็ถือว่ามีความผิดต้องได้รับโทษด้วย
"ธนินทร์" กล่าวว่า หากโครงการ"ศิริสาทร" ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมได้
ต้องหาวิธีลดค่าใช้จ่ายโดยปรับลดพนักงานส่วนบริการห้องพักลง 50% จากปัจจุบันมีพนักงานรวม 100 คน เป็น
พนักงานส่วนบริการห้องพัก 20 คน และปรับลดราคาห้องพักแบบรายเดือนลง จากปัจจุบันค่าเช่าเฉลี่ย80,000-
90,000 บาท/เดือน อาจต้องปรับลงเหลือ 50,000-60,000 บาท/เดือน หรือลดลงกว่า 30% เพื่อให้สามารถแข่งกับ
โครงการอพาร์ตเมนต์ได้
"สถานการณ์ธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ตอนนี้ถือว่าแย่อยู่แล้ว โดยเฉพาะโครงการในทำเลสาทร-สีลม เพราะ
ได้รับผลกระทบจากเหตุจลาจลทางการเมือง ปัจจุบันโครงการมีอัตราเข้าพักลดลงเหลือ 50%เท่านั้น จากปลายปีที่
ผ่านมาอยู่ที่ 70% ถ้าต้องหยุดรับลูกค้ารายวันด้วย ผลกระทบต่อรายได้จะมีมากขึ้น"
ด้าน "อมรฤทธิ์ เอมะปาน" ผู้อำนวยการส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย 3 (รับผิดชอบงานโรงแรมและงานสถาน
ประกอบการ) สำนักงานสอบสวนและนิติการกรมการปกครอง กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมได้รับคำยื่นขอออก
ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมจากผู้ประกอบการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์รวมแล้วกว่า 200 โครงการ แต่จากการ
ตรวจสอบหลักฐานพบว่าไม่สามารถออกใบอนุญาตได้เกือบทั้งหมด เนื่องจากเอกสารหลักฐานไม่ครบ โดยเฉพาะ
ใบ"อ.5" (แบบใบอนุญาตเปลี่ยนแปลงการใช้อาคาร) มี 2-3 โครงการเท่านั้นที่อยู่ระหว่างพิจารณาออกใบอนุญาต
"ขณะนี้ทยอยแจ้งผู้ประกอบการ 7-8 รายแล้วว่า ไม่สามารถออกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรมให้ได้ คาดว่า
จะแจ้งให้ทราบครบทุกรายภายในสิ้นปีนี้"
แม้โครงการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เกือบทั้งหมดกำลังเจอทางตัน แต่ในทางปฏิบัติถือว่ายังพอมีวิธีต่อสู้ได้ หลังจาก
ได้รับแจ้งจากกรมการปกครองแล้วภายใน 15 วัน(นับจากวันที่เซ็นรับเอกสาร) สามารถยื่นคำขอทุเลาการบังคับ
คดีต่อคณะกรรมการส่งเสริมการประกอบธุรกิจโรงแรม กรมการปกครองได้ และหากคณะกรรมการมีมติยกคำ
ร้องก็สามารถยื่นคำร้องต่อศาลปกครองเพื่อให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวซึ่งจะมีสิทธิ์รับลูกค้ารายวันได้ชั่วคราว
จนกว่าศาลปกครองจะมีมติยกคำร้อง>