เป็นอีกหนึ่งในโครงการระบบขนส่งมวลชนที่มีความคืบหน้า โดยมีพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวเขตที่ดินในบริเวณที่ที่จะเวนคืนออกมาแล้ว สำหรับโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงจากแบริ่ง-สมุทรปราการ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ลงวันที่ 21 เมษายน 2553 เล่ม 127 ตอนที่ 26 ก หน้า 15 มีผลบังคับใช้ 4 ปี
สำหรับพื้นที่ที่จะถูกเวนคืนที่ดินนี้อยู่ในท้องที่เขตบางนา กรุงเทพมหานคร และอำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ (ตามแผนที่) เพื่อจัดสร้างโครงการสถานที่จอดรรถสำหรับผู้โดยสารและกิจการอื่นที่เกี่ยวเนื่อง
ขั้นตอนต่อจากนี้จะมีการจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อสำรวจพื้นที่เวนคืนจริงอีกครั้ง ก่อนที่จะเปิดประมูลก่อสร้างต่อไป อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีการเวนคืนที่ดินไม่มาก เนื่องจากจะก่อสร้างบนเกาะกลางของถนนสุขุมวิทเป็นหลัก โดยจะเวนคืนเฉพาะจุดขึ้นลงสถานี อาคารจอดแล้วจรและเดโป้เท่านั้น ซึ่งจะใช้เวลาในการสำรวจประมาณ 4-6 เดือน
แต่ระหว่างการสำรวจพื้นที่เวนคืนนี้ทาง รฟม.จะเตรียมประกวดราคาควบคู่ไปด้วย คาดว่าประมาณปลายปี 2553 น่าจะสามารถเปิดการประกวดราคาได้ ค่าก่อสร้างงานโยธาจะอยู่ที่ 17,233 ล้านบาท และจากแผนงานที่จะใช้เงินกู้ภายในประเทศจะทำให้โครงการเร็วขึ้น โดยจะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณต้นปี 2554 และมีกำหนดเปิดใช้บริการในปี 2557
ทั้งนี้ รฟม.จะแบ่งการก่อสร้างงานโยธาออกเป็น 3 สัญญา ประกอบด้วยสัญญาที่ 1 งานสถานี 9 แห่ง และก่อสร้างโครงสร้างทางวิ่งยกระดับ ระยะทาง 12.8 กิโลเมตร สัญญาที่ 2 งานก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง 1 แห่ง และอาคารจอดรถ 1 แห่ง และสัญญาที่ 3 งานระบบราง
แนวเส้นทางของโครงการระยะทาง 12.8 กิโลเมตร มีจุดเริ่มต้นต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว ช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง (ซอยสุขุมวิท 107) ของ กทม.ที่เตรียมจะเปิดให้บริการในเดือนพฤษภาคม 2554 จากนั้นแนวเส้นทางจะไปตามแนวเกาะกลางของถนนสุขุมวิทข้ามคลองสำโรง ผ่านแยกเทพารักษ์ ปู่เจ้าสมิงพราย แล้วเบี่ยงแนวไปทางทิศตะวนตก ยกข้ามทางยกระดับสุขุมวิทของโครงการถนนวงแหวนด้านใต้ แล้ววกกลับมาแนวเดิมถึงแยกศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสุขุมวิทเพื่อหลบสะพานลอยข้ามแยกการไฟฟ้า แล้วกลับสู่แนวเดิมผ่านถนนแพรกษา แยกสายลวด สิ้นสุดที่บริเวณซอยเทศบาลบางปู 55
มีสถานี 9 แห่ง ได้แก่ สถานีสำโรง, สถานีปู่เจ้าสมิงพราย, สถานีพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ, สถานีโรงเรียนนายเรือ, สถานีศาลากลาง, สถานีศรีนครินทร์, สถานีแพรกษา, สถานีสายลวดและสถานีเคหะสมุทรปราการ ซึ่งมีจุดจอดแล้วจรสามารถจอดรถได้ 600 คัน
ส่วนศูนย์ซ่อมบำรุงหรือเดโป้นั้นจะอยู่ที่จุดสิ้นสุดโครงการ บริเวณสถานีไฟฟ้าย่อยบางปิ้งก่อนถึงซอยเทศบาลบางปู 55 โดยมีศูนย์ควบคุมการเดินรถและอาคารอำนวยการอยู่ในบริเวณเดียวกัน
ช่างสำรวจ @ “แอร์พอร์ตลิงค์” จะเริ่มเก็บค่าโดยสารตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.นี้เป็นต้นไป หลังเปิดทดลองเดินรถไฟฟ้าและให้บริการฟรีมาระยะหนึ่งแล้ว โดยกำหนดอัตราการจัดเก็บค่าโดยสารรถด่วนพิเศษ Express Line ไม่จอดสถานีระหว่างทาง วิ่งจากสถานีมักกะสัน-สุวรรณภูมิ คิดอัตรา 150 บาทต่อเที่ยว ส่วน City Line จอดทุกสถานี ซึ่งมี 8 สถานี คือเริ่มจากสถานีพญาไท ราชปรารภ มักกะสัน รามคำแหง หัวหมาก ทับช้าง ลาดกระบังและสนามบินสุวรรณภูมิ คิดอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นตั้งแต่ 15-45 บาท ใช้เวลาวิ่งจากต้นทางถึงปลายทางประมาณ 25-30 นาที สอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน โทร.1690 และ www.railway.co.th หรือ โทร.0-2222-0175, 0-2220-2468 (ในวันและเวลาราชการ)
@ ด้านโครงการไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน (หัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระ) ล่าสุดมีความคืบหน้าส่วนงานใต้ดินสัญญาที่ 1 ช่วงหัวลำโพง-สนามไชย ระยะทาง 2.8 กิโลเมตร และสัญญาที่ 2 ช่วงสนามไชย-ท่าพระ ระยะทาง 2.6 กิโลเมตร ได้เปิดซองประกวดราคาและมีผู้รับเหมาผ่านการพิจารณาด้านเทคนิคแล้ว 3 ราย
ขั้นตอนต่อไปบริษัทที่ปรึกษาจะตรวจสอบและประเมินข้อเสนอด้านราคา จากนั้นจะนำเสนอคณะกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยพิจารณาอนุมัติและเสนอคณะรัฐมนตรี คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญาว่าจ้างได้ประมาณเดือน ต.ค.2553 ตามแผนงานจะเริ่มงานก่อสร้างในเดือนพฤศจิกายน 2553 สำหรับสัญญาที่ 5 งานวางรางอยู่ระหว่างการพิจารณาคุณสมบัติเบื้องต้นผู้รับเหมา คาดว่าจะเปิดซองได้ในเดือน ส.ค.นี้
@ ขณะที่โครงการทางพิเศษเชื่อมต่อศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ในเบื้องต้นเสนอทางเลือกไว้ 3 ทาง ในที่สุดก็ถูกชะลอและเลื่อนแผนงานออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งเป็นผลจากการคัดค้านของประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบการเวนคืน เช่นเดียวกับโครงการก่อสร้างทางพิเศษศรีรัช-ดาวคะนอง ที่มีความพร้อมก่อสร้างก็ต้องชะลอโครงการออกไปก่อนเช่นเดียวกัน
@ โครงการรถไฟฟ้าโมโนเรลของ กทม. ภายหลังจากเจรจาขอใช้พื้นที่กับจุฬาลงกรณ์เป็นที่เรียบร้อย ก็เตรียมก่อสร้างโครงการนำร่อง 3 เส้นทางคือ สายสีน้ำเงิน เป็นทางเชื่อมต่อสถานีสยามของรถไฟฟ้าบีทีเอสกับสถานีสามย่านของรถไฟฟ้าใต้ดิน ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ใช้แนวถนนพญาไทตัดผ่าน, สายสีชมพู จากสถานีสยามวนเข้าจุฬาฯ ซอย 12- จุฬาฯ ซอย 5 วกกลับมาสามย่าน อาคารจามจุรีสแควร์ ระยะทาง 2 กิโลเมตร และสายสีส้ม จากสถานีสยาม ใช้ซอยศูนย์หนังสือจุฬาฯ เข้าถนนอังรีดูนังต์ ถนนพระราม 4 ไปสิ้นสุดที่จามจุรีสแควร์ ระยะทาง 4 กิโลเมตร โดยจะเริ่มสร้างสายสีน้ำเงินก่อนเป็นเส้นทางแรก คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในราวปี 2554 ใช้เวลาก่อสร้าง 1 ปี กำหนดเปิดให้บริการในปี 2555