โดยอาจพิจารณาหลักการแบ่งต้นที่ช่วยในการเลือกซื้อได้แก่
1) จะเลือกซื้อกองทุน RMF แล้วถือยาว หรือเลือกที่จะสับเปลี่ยนกองทุน RMF ไปมาหาผลตอบแทน
a. สำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามสภาวะตลาด ไม่มีความชำนาญ ควรเลือกซื้อกองทุน RMF ที่เหมาะสมกับตนเองแล้วถือยาว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้จัดการกองทุนในการบริหารจัดการกองทุนให้ ขั้นตอนการเลือกกองทุนเพื่อลงทุนระยะยาวนี้จะมีความสำคัญมาก เพื่อจัดสรรพอร์ตกองทุนให้ตรงกับแต่ละคน ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการพิจารณากองทุน ได้แก่ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้และผลตอบแทนคาดหวัง ระยะเวลาการลงทุน ทรัพย์สินการลงทุนอื่นๆ นอกเหนือจากกองทุนRMF แล้วนำสิ่งต่างๆ เหล่านี้มาประมวลเพื่อจัดพอร์ตการซื้อRMF ให้เหมาะสมกับแต่ละคน
b. สำหรับนักลงทุนที่ต้องการจับจังหวะการลงทุนเอง และนิยมสับเปลี่ยนกองทุน RMF ไปมาระหว่างกองทุนหุ้นและกองทุนตราสารหนี้ RMF จะมีวิธีการเลือกซื้อกองทุนที่ง่ายกว่า
2) ถ้าเลือกวิธีลงทุนแบบสับเปลี่ยน RMF ไปมาเพื่อจับจังหวะการลงทุนหาผลตอบแทน ควรเลือกซื้อกองทุนแบบใด
a. ผู้ลงทุนต้องเลือกก่อนว่า มีความประสงค์จะสร้างผลตอบแทนจากกองทุนประเภทไหน เช่น ต้องการผลตอบแทนจากกองทุนหุ้น กองทุนทองคำ หรือกองทุนหุ้นต่างประเทศ ก็ควรมีกองทุน RMF เหล่านี้ไว้รองรับการสับเปลี่ยน และควรมีกองทุนRMF ประเภทกองทุนตลาดเงินหรือมันนี่มาร์เก็ต RMF ไว้รองรับเวลาพักเงิน ซึ่งจะดีกว่าการพักเงินในกองทุนตราสารหนี้ที่ NAV มีความผันผวนมากกว่า การพักเงินในกองทุนตราสารหนี้ RMF ช่วงเวลาสั้นๆ ผู้ลงทุนอาจขาดทุนจากความผันผวนของ NAV ได้ การพักเงินในกองทุนประเภทตลาดเงิน RMF จึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
b. สำหรับกองทุน RMF ที่เตรียมไว้สร้างผลตอบแทน ก็มีหลายประเภท เช่น กองทุนหุ้นซึ่งมีความผันผวนสูง มีช่วงที่NAV จะขึ้นลงให้สับเปลี่ยนเข้าออก มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า กองทุนทองคำซึ่งแม้จะมีความผันผวนแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่น้อยกว่าหุ้น การสับเปลี่ยนกองทุนทองคำกับกองทุนตลาดเงินจึงไม่ควรทำบ่อยๆ เพราะผลตอบแทนที่ได้อาจไม่คุ้มกับค่าใช้จ่ายในการสับเปลี่ยน
c. ในช่วงที่จะซื้อ RMF ผู้ลงทุนจะต้องตอบตนเองให้ได้ว่ามองทิศทางตลาดข้างหน้าเป็นอย่างไร ถ้ามองว่าดัชนีมีโอกาสขึ้นต่อไปก็ควรซื้อกองทุนหุ้นตามความเชื่อนั้น แต่ถ้ามองว่าดัชนีตลาดหุ้นอยู่สูงเกินไปแล้ว ก็ควรซื้อกองทุนตลาดเงิน เพื่อพักเงินรอจังหวะหุ้นตกแล้วค่อยสับเปลี่ยนไปกองทุนหุ้นRMF อีกที
d. การสับเปลี่ยนระหว่างกองทุนหุ้นและกองทุนตลาดเงินถ้าเลือกจะสับเปลี่ยนทั้งก้อน จะมีความเสี่ยงที่สูงกว่าการแบ่งเงินลงทุนเพื่อสับเปลี่ยน และถ้าเกิดคาดการณ์ผิดย่อมเสียหายกว่าการทยอยสับเปลี่ยน
e. การซื้อ RMF เพื่อสับเปลี่ยนนี้ผู้ลงทุนสามารถทยอยซื้อหรือซื้อครั้งเดียวเป็นเงินก้อนใหญ่ก็ได้ เวลาสับเปลี่ยนจะสับเปลี่ยนเพียงบางส่วนหรือสับเปลี่ยนทั้งหมดก็ได้ ขึ้นกับการตัดสินใจ แต่ควรทราบว่าการสับเปลี่ยนไปมาต้องสับเปลี่ยนระหว่าง RMF ด้วยกันเท่านั้น และใช้วิธีสับเปลี่ยนหรือSwitching ไม่ใช่ขายแล้วมาซื้ออีกกองทุน
f. ควรเลือกกองทุนที่มีบริการสับเปลี่ยนที่สะดวก เช่น สับเปลี่ยนผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ มีสาขาธนาคารตัวแทนขายใกล้บ้าน สับเปลี่ยนผ่านระบบโทรศัพท์ หรือตู้ ATM ได้ และควรตรวจสอบเงื่อนไขก่อนว่า การสับเปลี่ยนนั้นจะได้ราคา NAV กองทุนสับเปลี่ยนออกวันใด และราคา NAV กองทุนสับเปลี่ยนเข้าวันใด เนื่องจากแต่ละ บลจ.มีข้อปฏิบัติไม่เหมือนกันเช่น บลจ.บัวหลวง การสับเปลี่ยนกองทุนจะได้ราคา NAV สับเปลี่ยนเข้าและสับเปลี่ยนออกในวันที่ส่งคำสั่งเลย (เมื่อส่งคำสั่งภายในเวลาที่กำหนด คือ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตก่อนเวลา16.00 น. ส่งคำสั่งที่สาขาธนาคารกรุงเทพก่อนเวลา 15.30 น.จะให้ NAV กองทุนทั้งขาเข้าและขาออกเป็น NAV ที่คำนวณในวันเดียวกัน เรียกว่า NAV วัน T ซึ่งหมายถึงวันทำการ ที่ทำรายการนั้นๆ) แต่บาง บลจ.จะรอให้เงินออกจากกองทุน RMF ที่สับเปลี่ยนออกก่อน 1-2 วัน จึงจะให้ราคา NAV กองทุนสับเปลี่ยนเข้าในวันนั้น (คือผู้ลงทุนจะทราบราคา NAV ของการสับเปลี่ยนเข้าภายหลัง อาจจะ 1-2 วันทำการ)
g. ผู้ลงทุนควรตรวจสอบว่าการสับเปลี่ยน RMF ภายใน บลจ.จะมีค่าธรรมเนียมการสับเปลี่ยนแบบใดบ้าง เพื่อจะได้ทราบต้นทุนที่จะเกิดขึ้น
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย