เลาะแนวก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินร้านค้าเยาวราชหวั่นตลาดซบ

ภาพส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อท่าพระ และหัวลำโพง-บางแคระยะทาง 27 กิโลเมตร
วงเงินก่อสร้างกว่า5 หมื่นล้านบาท กำลังจะกลายเป็นจริงหลังการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
รันโปรเจ็กต์มาครึ่งทาง ได้ตัวบริษัทรับเหมาก่อสร้างครบถ้วนทั้ง5 สัญญา เหลือแค่รอลงนามในสัญญาก่อสร้าง
ตามแผนที่วางไว้ไม่เกินเดือนมกราคม 2554

ขณะเดียวกัน รฟม.ได้ออกประกาศข้อกำหนดทางวิศวกรรมเกี่ยวกับการใช้ที่ดินที่ตกเป็นภาระของ รฟม.ในส่วน
เส้นทางใต้ดิน 5 กิโลเมตร จากสถานีหัวลำโพงส่วนต่อเชื่อมกับรถไฟฟ้าใต้ดินสายปัจจุบันถึงถนนสนามไชยที่
สถานีอิสรภาพโดยออกกฎห้ามขุดเจาะหรือก่อสร้างโครงการใด ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอุโมงค์ และการ
ดำเนินการใด ๆ จะต้องขออนุมัติจาก รฟม.ก่อน

"ประชาชาติธุรกิจ" ลงสำรวจพื้นที่ก่อสร้างงานใต้ดินโครงการตลอด 5 ก.ม. ซึ่งเป็นจุดที่ตั้ง 4 สถานี ถัดจากสถานี
หัวลำโพงของรถไฟฟ้าใต้ดินสายปัจจุบัน เป็น"สถานีวัดมังกรกมลาวาส" ถนนเจริญกรุงซอย 23 ถัดไปเป็น "สถานี
วังบูรพา" บริเวณแยกสามยอด "สถานีสนามไชย" ด้านหน้าโรงเรียนวัดราชบพิธ ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ
ปากคลองตลาด คลองบางกอกใหญ่เข้าสู่ถนนอิสรภาพซอย 23 เป็นที่ตั้ง "สถานีอิสรภาพ" จนถึงซอยอิสรภาพ 34
จุดสิ้นสุดปลายทางงานอุโมงค์ใต้ดิน

ดงตึกแถวเก่าอายุกว่า 50 ปี

สภาพพื้นที่ปัจจุบันเริ่มจากฝั่งพระนครบริเวณถนนพระรามที่ 4 ทั้ง 2 ฝั่งถนนจะเป็นอาคารพาณิชย์เก่าอายุกว่า 50
ปี ส่วนใหญ่ค้าขายอุปกรณ์เผาศพ โลงศพ ร้านขายของเก่า เมื่อเข้าสู่ถนนเจริญกรุง เลยจากแยกหมอวีจะเป็น
ตึกแถวร้านค้าทั้งเก่าและใหม่ขนาด 3-4 ชั้น

ตั้งแต่บริเวณหน้าวัดมังกรฯไปถึงย่านเยาวราชเต็มไปด้วยร้านค้าที่ขายสินค้าจิปาถะตั้งแต่อาหารสด อาหารแห้ง
ห้างทอง เครื่องอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้าฯลฯ โดยผู้ค้าส่วนใหญ่เช่าที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วน
พระมหากษัตริย์กรมศาสนา มูลนิธิจุมพรต ยาวนานหลายสิบปีจนถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน จุดนี้ผู้ค้าบางส่วนขึ้นป้าย
คัดค้าน "ไม่เอารถไฟฟ้าใต้ดิน"

ถัดไปบริเวณสามยอดพลาซ่า มีตึกแถวเก่าแก่เรียงรายไปจนถึงปากคลองตลาดจุดนี้จะเป็นช่วงอุโมงค์ลอดใต้
แม่น้ำเจ้าพระยาไปยังฝั่งธนบุรี มีชุมชนที่อยู่อาศัยทั้งเก่าและใหม่จำนวนมากเช่นเดียวกัน

ผู้ค้า-ผู้เช่าหวั่นไม่มีที่ยืน
จากการสอบถามคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ให้ความเห็นตรงกันว่า ไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารจาก รฟม.ซึ่งเป็นเจ้าของ
โครงการมากนักทั้งกำหนดการก่อสร้าง เวนคืน จึงไม่มีเวลาเตรียมตัวหาที่ใหม่รองรับ หากต้องย้ายออกจากพื้นที่
คงได้รับผลกระทบมาก ขณะที่ร้านค้าทั้งบริเวณทางเท้าและห้องแถวต่างทำใจยอมรับสภาพตามที่ถูกคุมเข้มการ
ก่อสร้าง ที่ค่อนข้างกังวลคือ เกรงว่าช่วงที่มีการก่อสร้างโครงการนี้ธุรกิจการค้าคงจะซบเซา เพราะมีการปิด
การจราจร รถที่ติดขัดอยู่แล้วจะติดขัดรุนแรงขึ้น ทำให้ลูกค้าบางส่วนหายไป

"จิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี" เจ้าของห้างขายทองจินฮั้วเฮง และนายกสมาคมผู้ค้าทองคำกล่าวว่า ตนมีห้างทอง 3 สาขาใน
ย่านนี้แต่ละปีทำรายได้ถึง 4,000-5,000 ล้านบาทบางสาขาเพิ่งจะรีโนเวตใหม่ เสียค่าใช้จ่ายไปหลายแสนบาท หาก
ถูก รฟม.เวนคืนเพื่อสร้างทางขึ้น-ลงสถานีวัดมังกรฯ โดยจะทุบอาคารทั้ง 3 คูหา ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าจะได้ค่าชดเชย
จาก รฟม.มากน้อยแค่ไหน

"ผมประเมินของผมต้องเป็น 100 ล้านบาท เพราะต้องสูญเสียโอกาสการค้าไปอีกเดือนละ 3-4 ล้านบาท คิดว่าทุก
อย่างกะทันหันมากจนเตรียมตัวไม่ทัน จะหาที่มาทดแทนก็ไม่รู้จะหาที่ทำเลดี ๆ แบบนี้ที่ไหนธุรกิจขายทองจะไป
หาทำเลอื่นก็ขายยาก"

ผวาขึ้นค่าเช่าพื้นที่รับรถไฟฟ้า

ขณะที่ผู้เช่าที่ดินและอาคารของมูลนิธิจุมพรตซึ่งจะถูกเวนคืน 5 คูหา แสดงความกังวลต่อการเปลี่ยนแปลงที่จะ
เกิดขึ้นเพราะหากเจ้าของที่ดินจะพัฒนาพื้นที่เช่าใหม่รับรถไฟฟ้าก็อาจจะปรับค่าเช่าเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันคิดค่าเช่า
5,000 บาท/เดือน

เช่นเดียวกับผู้เช่าของสำนักงานทรัพย์สินฯที่เวลานี้ปรับจากให้เช่าระยะยาวเป็นรายเดือน เพราะมีพื้นที่บางส่วนถูก
เวนคืนจึงต้องเร่งเคลียร์พื้นที่ให้ รฟม. แต่ผู้ค้าประมาณ 10 รายที่ไม่ยินยอม ขณะนี้อยู่ระหว่างรอการพิจารณาจาก
ศาล

ทรัพย์สินฯรีโนเวตตึกใหม่รับรถไฟฟ้า

นายเกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ที่ปรึกษาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์กล่าวว่า ทางสำนักงานทรัพย์สินฯมี
แผนจะรีโนเวตตึกเดิมย่านถนนเจริญกรุงให้สวยงาม แข็งแรง เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมาะกับรถไฟฟ้าใต้ดิน
เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

"สำหรับปัญหาเวนคืนที่ผู้เช่า 22 ราย 25 คูหาได้รับผลกระทบ กำลังหารือกับ รฟม.จะขอให้เวนคืนแบบใช้พื้นที่
ในช่วงก่อสร้างเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ ให้สร้างพื้นที่ทดแทนให้ เพราะยังหาพื้นที่ทดแทนให้ผู้ค้าไม่ได้"

กทม.ทุ่ม 5.8 พัน ล.ผุดตลาดใต้ดิน

ด้านนายพฤทธิยา รุมาคม ผู้อำนวยการสำนักงานตลาด กรุงเทพมหานคร (กทม.)เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างเสนอ กทม.
พิจารณาอนุมัติการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนก่อสร้างโครงการ "ตลาดใต้ดิน" ในย่านเยาวราช วงเงิน
ลงทุน 5,800 ล้านบาทขนาดพื้นที่ใช้สอย 7,000-8,000 ตร.ม.

หากได้รับการอนุมัติ ต้นปีหน้าจะเริ่มร่างข้อกำหนดทีโออาร์จัดจ้างที่ปรึกษาศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุน
ก่อสร้างได้อย่างเร็วที่สุดปี 2555 สำหรับรูปแบบการลงทุนยังไม่ชัดเจน อาจใช้วิธีเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้ามาลงทุน
เพราะก่อนหน้านี้กทม.เคยได้รับการติดต่อจากกลุ่ม "ไชน่าคอนสตรัคชั่น" จากประเทศจีนว่าสนใจลงทุนใน
โครงการนี้ ทั้งหมดนี้คือบางส่วนของเสียงสะท้อนจากทั้งผู้ค้ารายใหญ่ รายย่อย เจ้าของที่ดินซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้
เตรียมใจรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นกับย่านธุรกิจการค้าแหล่งใหญ่ "ไชน่าทาวน์" ไว้ล่วงหน้า

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง