จากกรณีที่ คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) ได้จัดเวที สมัชชาปฏิรูป เรื่อง "การปฏิรูปโครงสร้างการจัดการ
ที่ดินและทรัพยากร" นำโดยน.พ.ประเวศ วะสี ในฐานะประธานคสป.ร่วมกับภาคประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้อง เมื่อ
วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2554 ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำจุดยืนเรื่องความเป็นธรรมเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นสิ่ง
จำเป็น ในการดำรงชีวิต ทั้งที่ดิน ป่าไม้ แหล่งน้ำ ฯลฯ ที่ไม่ควรมีใครผูกขาด โดยเฉพาะที่ดินส่วนใหญ่ใน
ประเทศ ตกอยู่ในมือของคนส่วนน้อยที่มีอำนาจอิทธิพล แต่หากวันนี้รัฐบาลเอาจริง เชื่อว่า ทุกอย่างน่าจะมี
ทางออก และสามารถกระจายการถือครองที่ดินให้ถึงมือคนจนได้
ขณะที่คณะกรรมการปฏิรูป(คปร.)ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธานได้เสนอแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว
โดย การกำหนด มาตรการทางภาษีเพื่อจัดเก็บภาษีที่ดินที่ถือครองเกินขนาดในอัตราก้าวหน้า โดยที่ดินต่ำกว่า 10
ไร่ ซึ่งเป็นขนาดที่จำเป็นต่อการทำกินยังชีพ ให้เสียภาษีในอัตราต่ำร้อยละ 0.03 ที่ดิน 10-50 ไร่ เสียภาษีอัตราปาน
กลาง ร้อยละ 0.1 สำหรับที่ดินปล่อยทิ้งร้าง หรือส่วนเกิน จาก 50ไร่ ให้เสียภาษีอัตราก้าวหน้า สูง 5% นั้น
น.พ.บุญ วนาสิน ประธานกรรมการบริหารบริษัท ราชธานีบ้านและที่ดินจำกัด เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า เห็นด้วย
กรณีเศรษฐีที่ถือครองที่ดินจำนวนมาก ให้สามารถเรียกเก็บภาษีในอัตราก้าวหน้าได้ เหมือนต่างประเทศอย่าง
สหรัฐอเมริกา เพราะเมื่อตั้งใจมีที่ดินในครอบครองจำนวนมาก แต่ที่ไม่เห็นด้วยกรณี ผู้ประกอบการบ้านจัดสรร ที่
ต้องการตุนที่ดินจำนวนมากเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัยในราคาถูกหรือ มีที่ดินมรดกอยู่แล้วก็น่าจะยกเว้นหากจัดเก็บใน
อัตราก้าวหน้าหรือ ถือครองเกิน 50ไร่ ภาระนี้ก็จะถูกผลักให้กับคนซื้อบ้านต้องซื้อบ้านแพงขึ้นตามต้นทุนที่
เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังไม่เห็นด้วย หากบังคับให้เกษตรกรต้องมีที่ดินในความครอบครองไม่เกิน 50ไร่ หากเกินต้องเสียภาษี
อัตราก้าวหน้าก็จะส่งผลกระทบต่อขีดการแข่งขันทางการเกษตรหรือการทำนา สวนผลไม้กับประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างประเทศเวียดนาม ฯลฯ
นายอธิป พีชานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ศุภาลัย จำกัด(มหาชน) และอดีตนายกสมาคมอาคารชุดไทยกล่าวว่า
ไม่เห็นด้วยกับข้อจำกัดที่ให้ถือครองที่ดินไม่เกิน 50 ไร่ และหากเกินจากนี้ต้องเสียภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า ซึ่งไม่
เป็นธรรมสำหรับผู้ที่ได้รับมรดกตกทอดอาทิที่นา 100ไร่ ที่สวน 200ไร่ฯลฯ ซึ่งหาก เป็นผู้มีรายได้น้อยก็ต้องรีบ
ขายทรัพย์สินที่เป็นมรดกออกเพื่อไม่ต้องถือครองที่ดินมากๆ เพื่อช่วยให้เสียภาษีน้อยลง
นอกจากนี้ในทางกลับกัน ร่างภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างพ.ศ... ผ่านขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว และ
ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) และเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในไม่ช้านี้ แม้จะ
ไม่มีผลบังคับใช้ในทันทีแต่ขั้นตอนมองว่าไม่สามารถแก้ไขเพิ่มเติมได้อีก
ขณะเดียวกันมองว่า โครงสร้างภาษีที่ดินที่ได้กำหนดถือว่าเหมาะสมแล้ว อาทิ ที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 0.1%ของราคา
ประเมิน พาณิชยกรรมไม่เกิน 0.5% ของราคาประเมิน เกษตรกรรมไม่เกิน 0.05% ของราคาประเมิน และ พื้นที่ว่าง
ไม่ทำประโยชน์ หาก 3 ปี พบว่ายังไม่ พัฒนา ก็จะเสียภาษีเพิ่ม 2 เท่า แต่ไม่เกิน 2% ของราคาประเมิน
ด้านนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.3) กล่าวว่าไม่เห็นด้วยกับมาตรการฯหากถือ
ครองที่ดินเกิน 50ไร่จะต้องเสียภาษีก้าวหน้า และที่สำคัญเจตนาที่แท้จริงต้องการให้เกษตรกรแต่ละรายถือครอง
ที่ดินไม่เกิน 50ไร่ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการลงทุนโดยเฉพาะภาคการผลิตที่เน้นการส่งออกและจะมีผลต่อต้นทุน