ภารดี จงสุขธนามณี ส.ว.เชียงราย และประธานคณะอนุกรรมาธิการสิ่งแวดล้อม เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะอนุ
กรรมา ธิการฯ ครั้งที่ 7/2554 เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนของลูกบ้านกรณี
การไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ของผู้ประกอบการหมู่บ้านจัดสรร
ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี คือบริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน)
โดยผู้แทนจากกรมที่ดิน ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวสรุปว่า ในส่วนของการขออนุญาตจัดสรรที่ดินของ
โครงการบ้านพฤกษา บี จำนวนกว่า 3,000 หลัง ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีในขณะนั้น ได้อนุญาตจัดสรรที่ดิน
ของโครงการบ้านพฤกษา บี โดยกำหนดเงื่อนไขท้ายหนังสืออนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน (จ.ส.2) ว่าให้ผู้ขอนำ
หลักฐานหนังสือเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA)จากสำนักงานนโยบายและแผน
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมามอบให้ ภายในกำหนด 6 เดือน นับจากวันที่ออกใบอนุญาต และห้ามมิให้
จำหน่าย จ่ายโอนที่ดินแปลงย่อยในโครงการไว้ จำนวน 753 แปลง (คิดเป็นจำนวน 20% ของที่ดินแปลงย่อย)
จนกว่าจะได้นำหนังสือเห็นชอบรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) มาแสดง ถือได้ว่าบ้านพฤกษา
บี ได้รับใบอนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน (จ.ส.2) โดยมิได้ดำเนินการตามความในมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 ดังนี้
"สำหรับโครงการหรือกิจการซึ่งต้องจัดทำรายงานการ วิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเป็นโครงการที่จะต้อง
ได้รับอนุญาตจากทางราชการตามกฎหมาย ก่อนเริ่มการก่อสร้าง หรือดำเนินการ ให้ผู้ ขออนุญาตเสนอรายงาน
การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมต่อเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายนั้น และต่อสำนักงานนโยบายและแผน
สิ่งแวดล้อม ในการเสนอรายงานดังกล่าวอาจจัดทำเป็นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์และ
วิธีการที่ รัฐมนตรีกำหนด และให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจอนุญาตตามกฎหมายรอการสั่งอนุญาตสำหรับโครงการ
หรือกิจการดังกล่าวไว้ก่อนจนกว่าจะทราบผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมจาก
สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม" จึงถือว่าการออกหนังสืออนุญาตให้ทำการจัดสรรที่ดิน (จ.ส.2) มิชอบ
ด้วยกฎหมาย ขณะที่ผู้แทนจากกรมควบคุมมลพิษ ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว สรุปได้ว่า จากการตรวจวัด
คุณภาพน้ำและเก็บตัวอย่างน้ำทิ้งจากหมู่บ้านจัดสรรในเขตคลองสาม จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์
2554 จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ โครงการบ้านพฤกษา บี หมู่บ้านพฤกษา 13 หมู่บ้านพฤกษา 9 โครงการบ้านภัสสร 12
และหมู่บ้านราชพฤกษ์ 1 จากการตรวจสอบน้ำทิ้งพบว่า หมู่บ้านจัดสรรทั้ง 5 แห่ง ยังคงมีลักษณะน้ำทิ้งไม่เป็นไป
ตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด
โดยจากการตรวจวัดคุณภาพน้ำพบว่า โครงการบ้านพฤกษา บี มีการปล่อยน้ำทิ้งมีค่าบีโอดี (ความสกปรกในรูป
สารอินทรีย์ : Biochemical Oxygen Demand : BOD) ปริมาณ 47.6 มิลลิกรัมต่อลิตร (Mg/l) หมู่บ้านพฤกษา 13
พบค่าบีโอดี ปริมาณ 39.6 มิลลิกรัมต่อลิตร (Mg/l) หมู่บ้านพฤกษา 9 พบค่าบีโอดี ปริมาณ 37.6 มิลลิกรัมต่อลิตร
(Mg/l) โครงการบ้านภัสสร 12 พบค่าบีโอดี ปริมาณ 38.2 มิลลิกรัมต่อลิตร (Mg/l) และหมู่บ้านราชพฤกษ์ 1 พบค่า
บีโอดี ปริมาณ 57.6 มิลลิกรัมต่อลิตร (Mg/l) ปัจจุบันอยู่ระหว่างออกคำสั่งทางปกครองให้ปรับและห้ามมิให้ปล่อย
น้ำเสียลงสู่คลองสาม
ด้านผู้แทนกรมชลประทาน ได้ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว สรุปว่า ปัจจุบันกรมชลประทานได้แจ้งความดำเนินคดี
กับผู้บริหารบริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) และระงับไม่ให้ระบายน้ำทิ้งลงคลองชลประทาน ตาม
ความในพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช 2485 เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2554
ดังนั้น ที่ประชุมได้พิจารณาแล้วเห็นว่าเนื่องจากบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทที่เข้าจด
ทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องประกอบกิจการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการตลาด
หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนด รวมทั้งต้องมีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดีเพื่อให้มีการดำเนินการและ
ปฏิบัติงานตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จึงเห็นควรให้เชิญผู้แทนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการฯ ในการประชุมครั้งต่อไป เพื่อหารือเกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนกรณี
ดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นความโปร่งใสในการประกอบธุรกิจ โดยยึดหลัก ธรรมาภิบาล และ
รับผิดชอบต่อสังคมซึ่งเป็นหนึ่งในระเบียบวิธิปฏิบัติของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
นอกจากนั้น ยังเห็นควรให้เชิญอธิบดีกรมที่ดิน อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ผู้ว่าราชการ
จังหวัดปทุมธานี เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี สาขาคลองหลวง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองสาม
ประธานกรรมการ บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัทพฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ผู้ร้องเรียน และ
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการฯ เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับความคืบหน้าในการดำเนินการเพื่อ
แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากกรณีดังกล่าว รวมทั้งการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการประชุมครั้ง
ต่อไปด้วย