การก่อสร้างผิดแบบ มีโทษยังไงบ้าง
หนึ่งในปัญหาคลาสสิกที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ ก็คือ การก่อสร้างผิดแบบ ซึ่งถือเป็นเรื่องร้ายแรงและมีบทลงโทษหนักๆ รออยู่ แต่ก็ยังมีผู้กระทำความผิดทั้งที่ไม่ตั้งใจและตั้งใจให้เห็นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นชาวบ้านธรรมดาที่สร้างบ้าน - ต่อเติมบ้าน หรือแม้แต่ระดับองค์กรพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ก็ยังเคยมีข่าวถูกฟ้องร้องและลงโทษจริงๆ กันมาแล้วค่ะ
แค่ต่อเติมหลังคาหน้าบ้าน หรือต่อเติมครัวหลังบ้าน แต่ถ้าผิดจากแบบหรือผิดจากที่กฎหมายระบุไว้ ก็มีบทลงโทษหลายระดับรออยู่ค่ะ ตั้งแต่สั่งปรับไปจนถึงรื้อถอนเลย ดังนั้นในมุมคนธรรมดาอย่างเรา ก่อนคิดจะก่อสร้างหรือต่อเติมอะไรในรั้วบ้าน ก็ควรที่จะต้องตระหนักรู้ถึง โทษของการก่อสร้างผิดแบบ กันไว้บ้าง เพื่อไม่ให้พลาดพลั้งทำผิดโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ดังนั้น Home Buyers จึงมีข้อมูลกฎหมายที่เกี่ยวข้องมาฝากกันแล้วค่ะ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างผิดแบบ
พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31
“พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31 ห้ามมิให้ผู้ใดจัดให้มีหรือดำเนินการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลน และรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ตลอดจนวิธีการหรือเงื่อนไขที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นกำหนดไว้ในใบอนุญาต หรือให้ผิดไปจากที่ได้แจ้งไว้ตามมาตรา 39 ทวิ เว้นแต่...”
พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 65
“มาตรา 65 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 31 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนหรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 31 ยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืนหรือจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง”
พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 73
“มาตรา 73 ในกรณีมีการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ถือว่าเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดิน หรืออาคารที่อยู่ใกล้ชิดหรือติดต่อกับอาคารที่มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น หรือบุคคลซึ่งความเป็นอยู่หรือการใช้สอยที่ดินหรืออาคารถูกกระทบกระเทือนเนื่องจากการกระทำความผิดดังกล่าว เป็นผู้เสียหายตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญา”
จากบทบัญญัติของ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารดังกล่าว สรุปความได้ว่า
การก่อสร้าง ดัดแปลง ฯลฯ ผิดไปจากแผนผังหรือวางตำแหน่งผิดจากที่กำหนดไว้ หรือผิดจากแบบแปลนที่ยื่นขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น มีความผิดตามที่กำหนดไว้ในมาตรา 65 ซึ่งมีโทษทางอาญาถึงจำคุกหรือปรับ
นอกจากนี้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ ยังได้บัญญัติไว้ว่า คนที่เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินหรืออาคารที่อยู่ใกล้เคียงเป็นผู้เสียหายนอกเหนือจากพนักงานท้องถิ่น ดังนั้นหากเพื่อนบ้านทำผิดโดยก่อสร้างผิดจากแผนผังหรือแบบแปลน พนักงานท้องถิ่นเป็นผู้มีหน้าที่แจ้งความดำเนินคดี หากกระทบกระเทือนต่อความเป็นอยู่หรือการใช้สอยที่ดินนั้นด้วย ผู้ที่ได้รับผลกระทบย่อมเป็นผู้เสียหายอีกฝ่ายหนึ่งด้วยเช่นกัน สามารถร้องทุกข์ต่อเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อตั้งข้อกล่าวหาได้
กรณีตัวอย่าง บทลงโทษของการก่อสร้างผิดแบบ
ดังนั้นใครที่คิดจะก่อสร้างให้ผิดจากแผนผังหรือแบบแปลนหรือข้อกำหนดที่อนุญาตต้องระวัง! เพราะอาจโดนบ้านข้างเคียงแจ้งความร้องทุกข์มีความผิดทางอาญาเลยนะคะ มีตัวอย่างให้เห็นกันแล้ว ดังเช่นคำพิพากษาฎีที่ยกมานี้
คำพิพากษาฎีกาที่ 1698/2536
“คำพิพากษาฎีกาที่ 1698/2536 ฯลฯ จำเลยได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคาร ซึ่งจะต้องเว้นที่ว่างด้านหลังอาคารโดยปราศจากสิ่งปกคลุม 2.05-2.85 เมตร จำเลยก็ต้องปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ แต่จำเลยทำการก่อสร้างอาคารโดยเว้นที่ว่างหลังอาคารเพียง 1.50-2 เมตร และก่อสร้างด้านหลังอาคารออกไปปกคลุมตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไปตลอดแนวอาคาร จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดฐานก่อสร้างอาคารผิดแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต”
คำพิพากษาฎีกาที่ 6366/2541
“คำพิพากษาฎีกาที่ 6366/2541 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มีทั้งบทบัญญัติที่เป็นส่วนแพ่งและส่วนอาญา การกระทำความผิดของจำเลยแยกได้เป็นสองส่วน คือความรับผิดในทางแพ่ง คือการรื้อถอนอาคารพิพาทซึ่งก่อสร้างฝ่าฝืนมาตรา 21 ซึ่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้รื้อถอน หรือร้องขอต่อศาลให้บังคับให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารรื้อถอนอาคารที่ก่อสร้างโดยฝ่าฝืนต่อ พ.ร.บ.ควบคุมอาคารฯ มาตรา 42 ฯลฯ แม้จำเลยจะได้โอนกรรมสิทธิ์อาคารพิพาทไปให้บุคคลภายนอกก็ตาม ก็ไม่ทำให้ความรับผิดในทางอาญาของจำเลยเปลี่ยนแปลงไป จำเลยยังคงต้องผูกพันตามคำพิพากษาชำระค่าปรับเป็นรายวันไปจนกว่าอาคารพิพาทจะได้มีการรื้อถอน เพราะหากยอมให้จำเลยไม่ต้องรับผิดเมื่อโอนอาคารพิพาทให้แก่บุคคลภายนอก คำพิพากษาก็จะไร้ผลบังคับ”
ใครที่ ก่อสร้างต่อเติมอาคารผิดไปจากแผนผังที่ได้รับอนุญาต มีสิทธิ์ถูกสั่งให้รื้อถอนสิ่งก่อสร้าง รวมถึงยังมีโทษจำคุกและปรับเป็นรายวันจนกว่าจะรื้อถอนเสร็จอีกด้วย ซึ่งบางคดีถูกปรับอย่างเดียวเป็นล้านบาทก็มีมาแล้ว ดังนั้นทาง Home Buyers เลยอยากฝากว่าอย่าทำผิดจะดีที่สุดเลยค่ะ