สาธารณูปโภค & บริการสาธารณะ คืออะไร ใครต้องรับผิดชอบ

สาธารณูปโภค & บริการสาธารณะ คืออะไร ใครต้องรับผิดชอบ

อีกหนึ่งข้อมูลที่ควรรู้ เพราะหลายคนอาศัยอยู่โครงการบ้านจัดสรรหรือในคอนโดฯ ทีนี้ สาธารณูปโภค & บริการสาธารณะ อะไรคืออะไร ใครต้องรับผิดชอบ เป็นคำถามสำคัญที่อาจทำให้เกิดความสับสนได้ ดังนั้นเพื่อให้การอยู่อาศัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อนที่สุด การรู้ข้อมูลนี้จึงจำเป็น งั้นอย่ารอช้าตาม Home Buyers มาดูกันดีกว่า มาเลย!

ความสำคัญของสาธารณูปโภค & บริการสาธารณะ

ตาม พ.ร.บ.จัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ได้กำหนดให้ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรทุกแปลงต้องมีหน้าที่ร่วมกันออกค่าใช้จ่ายใน "การจัดการสาธารณูปโภคและบริเวณสาธารณะ" ขณะเดียวกันก็ให้ผู้จัดสรรเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายสำหรับแปลงที่ยังไม่มีผู้ซื้อ (ตามมาตรา 49) ผู้ประกอบการหรือเจ้าของโครงการทุกรายจึงต้องเสนอแผนการดูแลสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะด้วย ตามแผนผังโครงการและวิธีการจัดสรรที่ดินได้เสนอเพื่อขอความเห็นชอบต่อคณะกรรมการจัดที่ดินจังหวัดเป็นระยะเวลา 1-2 ปี

 

ตามกฎหมายกำหนดว่าผู้ประกอบการจะเอาเงินค่าส่วนกลางไปใช้ “บำรุงรักษาสาธารณูปโภคไม่ได้” จนกว่าจะมีการจัดตั้งนิติบุคคล และจะใช้ค่าส่วนกลางในการดูแลบริหารจัดการ “ได้เฉพาะบริการสาธารณะ” เท่านั้น

 

ดังนั้นเมื่อเราซื้อบ้าน ตอนทำสัญญาผู้ขายจะระบุให้เราต้องชำระค่ากองทุนหมู่บ้านเป็นเงินก้อนหนึ่ง และจ่ายค่าส่วนกลางล่วงหน้าซึ่งอาจเป็น 1-2 ปี ผู้ซื้อบางคนเข้าใจ แต่บางคนไม่ได้อ่านข้อความโดยละเอียด และไม่ได้รับการแจ้งจากผู้ขายให้เข้าใจว่าเก็บเงินนี้ไปเพื่ออะไร และจะนำไปใช้เมื่อใด จึงเป็นอีกเรื่องสำคัญที่ทุกท่านควรทำความเข้าใจ

เมื่อไม่ได้ทำความเข้าใจก่อนก็มักสร้างความสับสนให้แก่ชาวบ้านจัดสรรไม่น้อย สงสัยที่ว่าคือ ผู้ขายมีสิทธิเรียกเก็บจากเราได้หรือไม่? ตรงนี้เห็นว่าเป็นข้อตกลงระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อซึ่งปรากฏตามสัญญา และถ้ามองในแง่ดีก็เป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อทุกคนด้วย เพราะเมื่อเราโอนบ้านไปแล้ว เกิดการจัดตั้งนิติบุคคลขึ้น กรรมการชุดแรกจะมีทุนเริ่มต้นในการบริหารจัดการเลย (ไม่ต้องรอเรียกเก็บค่าส่วนกลางก่อน)

สาธารณูปโภค & บริการสาธารณะที่จ่ายไป นำมาทำอะไรบ้าง?

  • ค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคในโครงการ จัดเป็นค่าซ่อมแซมถนน ทางเท้า ขุดลอกท่อระบายน้ำ ค่าดูแลสวนสาธารณะ สวนหย่อม และทะเลสาบ เป็นต้น ซึ่งค่าใช้จ่ายนี้จะเป็นของผู้ประกอบการ
  • ค่าใช้จ่ายบริการสาธารณะ หรือค่าใช้จ่ายในการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อาศัย เช่น ไฟฟ้าส่องสว่าง ค่าบริหารจัดการ ค่าจัดเก็บขยะ และค่ารักษาความปลอดภัย เป็นต้น ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ผู้ประกอบการจะเอาค่าส่วนกลางไปใช้จ่ายได้ แต่ต้องใช้เท่าที่จำเป็นและเหมาะสมเท่านั้น

การนำเงินค่าส่วนกลางไปใช้บริหารจัดการบริการสาธารณะ ทำได้เมื่อไหร่ ?

ส่วนใหญ่ที่ปฏิบัติกันมักใช้ต่อเมื่อมีการโอนกรรมสิทธิ์บ้านให้ลูกค้ามากกว่า 60% แล้ว เพราะก่อนหน้านี้ความสกปรก และความไม่ปลอดภัยจะเกิดจากการก่อสร้างเป็นหลักใหญ่ ดังนั้นความสวยงามในการดูแลสวน รวมถึงการจัดการด้านความปลอดภัยก็เป็นส่วนหนึ่งของการขาย จึงควรเป็นค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการทั้งหมด

แต่ในบางโครงการผู้ประกอบการมีการเอาเปรียบ โดยนำเงินค่าส่วนกลางไปใช้ตั้งแต่โอนบ้านหลังแรก เราจึงต้องติดตามและต้องเรียกร้องความเป็นธรรมกลับมา เช่น เราจ่ายค่าส่วนกลางเดือนละ 600 บาท ทั้งโครงการมี 400 หลัง เมื่อใช้เงินของเราตั้งแต่แรก โครงการก็ต้องจ่ายค่าส่วนกลางเหมือนเราคือ 399 หลัง x 600 บาท เช่นเดียวกัน หากเป็นลักษณะนี้เราก็ยอมรับได้ แต่ร้อยทั้งร้อยผู้ประกอบการคงไม่เอาเพราะค่าใช้จ่ายสูงกว่าจ่ายค่าดูแลบริการสาธารณะทั้งหมด

 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ สาธารณูปโภค & บริการสาธารณะ อะไรคืออะไร ใครต้องรับผิดชอบ ได้รู้และเข้าใจกันแล้วเนาะว่ามีส่วนนี้ด้วย ดังนั้นก่อนซื้อบ้านหรือทำสัญญาใด ๆ เราควรละเอียดรอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาตามมาภายหลัง ทั้งยังได้ตรวจสอบการจัดการเงินของโครงการด้วยว่าใช้จริง ใช้ถูกต้อง และไม่ได้เอาเปรียบเราใช่หรือเปล่า ที่สำคัญทุกบ้านยังอยู่อาศัยกันได้อย่างมีความสุขในสภาพแวดล้อมที่ดีพร้อมด้วยนะคะ

 

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง