ความเป็นมาเป็นไปกรณีนี้จะไม่ขอกล่าวถึง แต่อยากชี้ให้เห็นถึงข้อเสียของการนำอาคารปลูกสร้างอื่นมาจดทะเบียนเป็นอาคารชุด ซึ่งสุดท้ายแล้วผู้เสียประโยชน์น่าจะเป็นผู้บริโภคมากกว่า
ทั้งนี้หากดูกันจริงๆ ถึงคำจำกัดความตาม พ.ร.บ.อาคารชุด พ.ศ.2522 จะเห็นว่า
ห้องชุด หมายถึงส่วนของอาคารชุดที่แยกการถือกรรมสิทธิ์ออกได้เป็นส่วนเฉพาะบุคคล
นอกจากจะดูว่าคำจำกัดความว่าห้องชุดเป็นอย่างไรแล้ว ยังต้องดูในส่วนอื่นๆ ประกอบด้วย และเมื่อแยกดูคำจำกัดความจะเห็นว่า
ทรัพย์ส่วนบุคคล หมายถึงห้องชุด และหมายความรวมถึงสิ่งปลูกสร้างหรือที่ดินที่จัดไว้ให้เป็นของเจ้าของห้องชุดแต่ละราย
ทรัพย์ส่วนกลาง คือส่วนของอาคารชุดที่มิใช่ห้องชุด ที่ดินที่ตั้งอาคารชุด และที่ดินหรือทรัพย์สินอื่นที่มีไว้เพื่อใช้หรือเพื่อประโยชน์ร่วมกันสำหรับเจ้าของร่วม
ตรงประเด็นทรัพย์ส่วนกลางนี่คือปัญหา นั่นคือถ้าเป็นอาคารพาณิชย์หรือทาวน์เฮ้าส์นำมาจดทะเบียนอาคารชุด ผู้ซื้อจะไม่ได้กรรมสิทธิ์ที่ดินที่ปลูกสร้าง เนื่องจากกฎหมายได้กำหนดให้เป็นทรัพย์ส่วนกลางไว้นั่นเอง นอกจากนี้ยังรวมถึงถนน ส่วนหย่อม หรืออะไรต่างๆ ก็จะเป็นทรัพย์ส่วนกลางที่ผู้ซื้อทุกคนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมกัน
กรณีนี้นอกจากจะทำให้ผู้ซื้อเสียประโยชน์แล้วยังอาจเกิดความวุ่นวายขึ้นได้ เพราะที่ดินที่ปลูกสร้างทาวน์เฮ้าส์หรืออาคารพาณิชย์ของเราจะมีคนอื่นเป็นเจ้าของร่วม หรือในทางกลับกันเราก็เป็นเจ้าของร่วมบนที่ดินที่ปลูกสร้างอาคารของผู้ซื้อรายอื่นด้วย หากอนาคตมีปัญหาเกี่ยวกับถนนหรือทางเข้าออกโครงการและมีการฟ้องร้องเกิดขึ้น เจ้าของร่วมทุกคนจะติดร่างแหไปด้วย และยังจะต้องรับผิดชอบกับค่าใช้จ่ายและภาษีของทรัพย์ส่วนกลางทั้งหมดด้วย
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย