นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยากรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากรจำกัด (มหาชน) กล่าวกับ "ประชาชาติ
ธุรกิจ" ว่า สัมมากรได้ร่วมกับบมจ.เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง, นายปรีชากุลไพศาลธรรม ผู้บริหารกลุ่มบริษัทเครือเปี่ยมสุข
และนายธีรวัฒน์ พิพัฒน์ดิฐกุลอดีตผู้บริหารโครงการภูผาธารา จัดตั้งบริษัทร่วมทุนขึ้นมาใหม่ภายใต้ชื่อ "เอ็นชัวร์
โฮม" ทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาทเพื่อรุกธุรกิจซื้อขายเปลี่ยนมือบ้านมือสอง
โดยระยะแรกจะเริ่มต้นจากการจำหน่ายบ้านมือสองที่อยู่ภายในโครงการของผู้ถือหุ้นทั้ง 3 บริษัทก่อน
ประกอบด้วย โครงการในเครือสัมมากร,เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง และเครือเปี่ยมสุข ระยะแรกประมาณการทั้ง 3 บริษัท
น่าจะมีบ้านที่พัฒนาไปแล้วรวมกันประมาณ20,000 ยูนิต
"เราเริ่มคุยเรื่องนี้มาตั้งแต่ปลายปี'53 และตั้งบริษัทเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ตอนนี้กำลังเริ่มโอน
บ้านลอตแรกเข้ามาไว้ในพอร์ตบ้างแล้ว"
บริษัทร่วมทุนเพื่อร่วมมือกันเปิดตลาดบ้านมือสองครั้งนี้ เป็นเพราะต่างฝ่ายต่างมองเห็นศักยภาพตลาด ที่
ผ่านมาผู้ประกอบการทุกรายต่างมีลูกบ้านที่ต้องการขายบ้านหลังเก่าเพื่อซื้อบ้านหลังใหม่ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นรองรับ
การขยายครอบครัว
สถิติอยู่อาศัย 6-10 ปีก่อนขาย
จากข้อมูลพบว่าลูกบ้านของสัมมากรจะมีสถิติขายบ้านหลังจากอยู่อาศัยมาแล้วเฉลี่ย 6-10 ปี จึงมองว่าเป็น
โอกาสทางธุรกิจ เนื่องจากบ้านมือสองมีข้อดีคือราคาขายจะต่ำกว่าบ้านใหม่แต่ได้ทำเลที่ดีกว่า อย่างการซื้อบ้าน
ใหม่ราคา3 ล้านบาทบวกลบ ปัจจุบันจะได้ทำเลถัดออกไปนอกเมือง แต่หากซื้อบ้านมือสองก็สามารถเลือกทำเล
อยู่ถัดเข้ามาใกล้เมือง อาทิ โครงการสัมมากรบางกะปิได้ เป็นต้น
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าหากในอนาคตรัฐบาลประกาศใช้ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ทาง 3 สมาคม ได้แก่ สมาคม
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทยจะร่วมกันผลักดันให้เกิดการ
เปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าธรรมเนียมการโอนที่ปัจจุบันต้องจ่ายในอัตรา 3.3% และ 2%
ตามลำดับ โดยอาจจะเสนอให้ปรับลดหรือยกเลิกการจัดเก็บ เพราะถือเป็นการจ่ายภาษีและค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน
กรณีนี้จะส่งผลให้ตลาดบ้านมือสองมีโอกาสขยายตัวดีขึ้นเพราะปัจจุบันการขายบ้านมือสองนั้นถ้าหากเจ้าของ
บ้านถือครองกรรมสิทธิ์ไม่ถึง5 ปี ก็จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3%ให้กับกรมที่ดินด้วย
นายธีรวัฒน์ พิพัฒน์ดิฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นชัวร์ โฮม จำกัดกล่าวว่า ความคืบหน้าล่าสุด บริษัท
อยู่ระหว่างโอนบ้านมือสองเข้ามาในพอร์ตและเตรียมเปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ แผนธุรกิจใน
อนาคตบริษัทเตรียมที่จะขยายผลเป็นโบรกเกอร์ขายบ้านมือสองให้กับลูกค้านอกกลุ่มผู้ถือหุ้นหรือลูกค้าทั่วไป
ด้วยโดยจะนำนวัตกรรมการขายบ้านมือสองรูปแบบใหม่มาใช้ และเตรียมจะจัดงานแถลงข่าวเร็ว ๆ นี้
บ้านมือสองซื้อขาย 6 หมื่นยูนิต
นายแพทย์สมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์กล่าวว่าภาพรวมตลาดบ้านมือสอง
ปัจจุบันมีการซื้อขายกันปีละ 50,000-60,000 ยูนิตช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% ถือเป็นตลาดที่
น่าสนใจเพราะยิ่งเปิดตัวโครงการใหม่มากเท่าใด บ้านมือสองในตลาดก็จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น ที่ผ่านมาจึง
มีบริษัทพัฒนาที่ดินขยายไลน์จัดตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาทำธุรกิจบ้านมือสองด้วย