นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน เปิดเผยความคืบหน้า พ.ร.บ.อาคารชุดแก้ไขเพิ่มเติมปี พ.ศ. 2552
เกี่ยวกับสัญญาจะซื้อจะขายเสร็จหรือสัญญามาตรฐานว่า กรมได้ร่างประกาศกฎกระทรวงฯ เป็นที่เรียบร้อย เตรียม
จัดทำประชาพิจารณ์ขอความคิดเห็นจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชนและตัวแทนจากผู้บริโภค
ภายในเดือน ส.ค.2554 นี้ และจะนำข้อสรุปดังกล่าวมาออกประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป
สำหรับรายละเอียดของสัญญาจะซื้อจะขายที่จะประกาศเป็นกฎกระทรวงในเบื้องต้น มีการกำหนดชัดเจนว่า
โครงการอาคารชุดที่จะเปิดขายหรือเปิดให้ประชาชนจองซื้อได้นั้น ต้องเป็นโครงการที่ผ่านการเห็นชอบจาก
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม หรือ สวล. (อีไอเอ) และต้องได้รับใบอนุญาตก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว เพื่อปกป้องผู้ซื้อ
เพื่อให้ได้รับความเป็นธรรม
ขณะที่ทางกรมที่ดินยอมรับว่าทางฝั่งผู้ประกอบการอาจไม่เห็นด้วยให้มีการระบุอย่างชัดเจนเพราะที่ผ่านมา
ผู้ประกอบการให้เหตุผลว่าขั้นตอนการยื่นพิจารณาสิ่งแวดล้อมใช้เวลานานและควบคุมไม่ได้หากไม่ให้มีการเปิด
ขายก่อน จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนในการขายโครงการ
อย่างไรก็ตาม หากไม่มีการระบุให้ชัดเจนว่าโครงการควรได้รับใบอนุญาตและผ่านคณะกรรมการ
สิ่งแวดล้อมก่อนขาย จะส่งผลลบกับผู้บริโภคได้ โดยเฉพาะการผ่อนชำระไปนานแล้ว แต่โครงการยังไม่สามารถ
ก่อสร้างได้ ซึ่งที่ผ่านมามีกรณีร้องเรียนในประเด็นดังกล่าวจากฝั่งผู้บริโภคจำนวนมาก
นายอนุวัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังจะมีการปรับเปลี่ยนแบบฟอร์ม อช.24 ซึ่งเป็นแบบฟอร์มเกี่ยวกับการ
จดทะเบียนอาคารชุดใหม่ด้วย โดยจะปรับเปลี่ยนให้ดำเนินการได้เร็วขึ้น จากเดิมกำหนดว่า
จะสามารถจดทะเบียนได้ภายใน30 วัน แม้ว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ แล้วเสร็จก่อนหน้านั้น ซึ่ง
แบบฟอร์มใหม่จะประกาศใช้ได้ทันที ไม่ต้องรอ 30 วัน
กรณีประเด็นเกี่ยวกับการแก้ไขนิยามอาคารชุดนั้น ขณะนี้คณะกรรมการร่างกฎหมายของกระทรวง
เห็นชอบแล้ว โดยกำหนดไว้ว่าอาคารขุดจะต้องมีตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป ส่วนความสูงไม่ต้องกำหนด ขนาดห้องให้ยึด
ตามกฎหมายควบคุมอาคารคือ จะต้องมีพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 20 ตารางเมตร และจะต้องมีห้องน้ำในตัว ซึ่งคาดว่าจะใช้
เวลาอีกประมาณ 1 ปี จึงจะสามารถบังคับใช้ได้