นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดิร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแทนส์ จำกัด เปิดเผย
"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทั่วประเทศและนับวันยิ่งทวีความรุนแรง ส่งผลกระทบต่อที่อยู่อาศัย
โดยเฉพาะโซนกรุงเทพมหานคร(กทม.)และปริมณฑล อย่างจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ที่ต้องรับน้ำ
เหนือไหล่บ่า น้ำฝนและ น้ำทะเลหนุนในช่วงฤดูน้ำหลาก อย่างไรก็ดีจากการสำรวจพบว่าทำเลที่เหมาะสำหรับที่
อยู่ อาศัยมากที่สุดจะเป็นจังหวัดนนทบุรี เพราะพื้นที่สูงที่สุดหากเทียบกับกทม. ปทุมธานี และสมุทรปราการ ที่
สำคัญสภาพพื้นดินยังแข็ง โดยนักวิชาการระบุว่า 30 ปี จังหวัดนนทบุรี ดินทรุดเพียง 5 เซนติเมตรเท่านั้น เพราะ
ไม่มีการขุดเจาะบ่อบาดาลและสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ เพราะการให้บริการน้ำประปาเข้าถึงพื้นที่ รวมถึงไม่มี
โรงงานอุตสาหกรรม
โดยทำเลที่น่าอยู่ อาทิ ย่านบางใหญ่ใกล้รถไฟฟ้า ถนนราชพฤกษ์ ถนนพระราม 5 นครอินทร์ ชัยพฤกษ์เชื่อม
กับรถไฟฟ้าย่านสาทร ฯลฯ ที่สำคัญระบบโครงข่ายจราจรถือว่าดีมาก ส่งผลให้ราคาที่ดินขยับขึ้น 100,000 บาทต่อ
ตารางวา ในหลายพื้นที่ไปแล้ว อย่างไรก็ดี แม้บางพื้นที่ของนนทบุรีจะมีน้ำท่วมแต่เกิดจากน้ำเหนือและเป็น
บริเวณที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา
ทั้งนี้หากเทียบกับกทม. สมุทรปราการ ปทุมธานี มีปัญหาดินทรุดทุกปี เพราะเคยปล่อยให้มีการสูบน้ำ
บาดาล มาก่อน ประกอบกับสภาพภูมิประเทศเป็นที่ลุ่มแอ่งกระทะ เป็นดินเลน ทำให้บ้านทรุดฉีกได้ง่าย อย่างไรก็
ดี ทำเลในเขตกทม.ที่เสี่ยงน้ำท่วมระยะยาว ตั้งแต่ย่านลาดพร้าวออกไปยันโซนตะวันออก โดยเฉพาะบางนา
มีนบุรี หนอง จอก ลาดกระบัง คลองสามวา และโซนตะวันตกของกทม.บางบริเวณ บางขุนเทียนที่มีแผนทำเขื่อน
ถาวร ส่วนสมุทรปราการ จะเป็นบริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ ที่สร้างขวางทางน้ำ ทำให้การระบายน้ำไม่สะดวก ที่
ผ่านมา กทม.ได้สร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วมริมแม่น้ำเจ้าพระยา อุโมงค์ระบายน้ำยักษ์ รวมถึงแก้มลิงและกรม
ชลประทาน ขุดคลองระบายน้ำลงอ่าวไทย บริเวณบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อป้องกันน้ำท่วม
ด้านแหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ที่ผ่านมา กทม. ได้ผันน้ำลงคลอง 14 ฝั่งอำเภอบางน้ำเปรี้ยว
จังหวัดฉะเชิงเทรา ส่งผลให้น้ำไปท่วมฝั่งดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นท้องนา อย่างไรก็ดี ทางจังหวัดฉะเชิงเทราขอ
งบประมาณสร้างเขื่อน 100 เมตร ระหว่างเขตกทม.และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วมในระยะ
ยาวได้ นอกจากนี้อยู่ระหว่างเร่งรัดก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ระบายน้ำ จำนวน 5 อุโมงค์ ซึ่งต้องใช้เวลา และการสร้าง
เขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เหลืออยู่ไม่มากไม่ถึง 7 กิโลเมตร จากทั้งหมด 77 กิโลเมตร ปัจจุบันปัญหาน้ำท่วมหรือ
บริเวณที่น้ำท่วมซ้ำซาก ลดลงมากและในระยะยาวหากเขื่อนถาวรและอุโมงค์แล้วเสร็จทั้งหมด ไม่ต่ำกว่า 5 ปีนับ
จากนี้กทม.น่าจะปลอดภัยจากน้ำท่วมขัง