ลงทุนในพันธบัตรเสียภาษีหรือไม่

ลงทุนในพันธบัตรเสียภาษีหรือไม่
การซื้อพันธบัตร ต้องเสียภาษี หรือไม่

ใครติดตามเรื่องดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้อยู่เป็นประจำ คงรู้กันใช่ไหมคะว่าธนาคารมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยอยู่เป็นระยะๆ เพราะเม็ดเงินที่ฝากในธนาคารได้ถูกนำไปลงทุน พันธบัตร หุ้น หุ้นกู้ หรือลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า จนเกิดการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารจึงตามมา โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากจะต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินกู้เสมอ เป็นเหมือนสูตรสำเร็จรูปเลยทีเดียวค่ะ

ดอกเบี้ยจากการฝากเงินกับธนาคาร หากได้หักอัตราเงินเฟ้อและภาษีดอกเบี้ยออกแล้ว บางทีเงินที่ฝากอาจติดลบก็ได้ การถอนเงินฝากจากธนาคารเพื่อไปลงทุนด้านอื่นจึงมีมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนใน พันธบัตร หุ้น หรือหุ้นกู้ แต่ทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ อยู่ที่ว่าเสี่ยงมากหรือน้อยเท่านั้นเอง ดังนั้นวันนี้ Home Buyers ก็เลยมีข้อมูลความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการ ลงทุนในพันธบัตร มาให้เพื่อนๆ ผู้อ่านได้ทำความเข้าใจกันค่ะ

การลงทุนในพันธบัตรจะมีความเสี่ยงแค่ไหน?

การลงทุนในพันธบัตรจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าการลงทุนในหุ้นหรือหุ้นกู้ เพราะพันธบัตรเป็นการกู้ยืมเงินโดยหน่วยงานรัฐ ซึ่งในการออกพันธบัตรและจ่ายผลตอบแทนแก่ผู้ซื้อพันธบัตรในรูปของดอกเบี้ยในอัตราที่แน่นอน สำหรับการซื้อหุ้น ผลตอบแทนจะจ่ายในรูปของเงินปันผล ส่วนหุ้นกู้เป็นการกู้ยืมเงินในภาคเอกชน และจะจ่ายผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ย ซึ่งผลตอบแทนที่จ่ายจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผลกำไรของกิจการ

ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยจากพันธบัตรหรือหุ้นกู้ หรือเงินปันผลจากการถือหุ้น จะมีภาษีเงินได้เข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ไม่ว่าผู้ลงทุนจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ตาม และผู้ลงทุนที่เป็นบุคคลธรรมดาอาจจะใช้สิทธิเลือกคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยไม่ต้องนำดอกเบี้ย หรือเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาก็ได้ *ผู้จ่ายเงินได้ประเภทดอกเบี้ยและเงินปันผลมีหน้าที่ในการหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย จากยอดเงินที่จ่าย และผู้ลงทุนที่ได้รับดอกเบี้ย หรือเงินปันผล ก็มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ สรุปได้ดังนี้

1. ผู้ลงทุน

หากเป็นบุคคลธรรมดาที่ได้รับดอกเบี้ย หรือเงินปันผลจะถูกหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย ในอัตราที่กฎหมายกำหนด ดอกเบี้ยหรือเงินปันผลที่ได้รับ ผู้ลงทุนจะนำมารวมคำนวณเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ หรือหากนำมารวมแล้วมีภาษีที่ต้องชำระน้อยกว่าภาษีที่ถูกหักไว้ ก็สามารถขอคืนภาษีที่ชำระไว้เกินได้

2. สำหรับผู้ลงทุนที่เป็นบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในประเทศ

ต้องนำดอกเบี้ย หรือเงินปันผลที่ได้รับไปรวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเว้นแต่ดอกเบี้ยหรือเงินปันผลที่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล ก็ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณกำไรสุทธิ เช่น เงินปันผลที่ได้รับจากกิจการส่งเสริมการลงทุน เป็นต้น

3. ผู้จ่ายดอกเบี้ย หรือเงินปันผล หน่วยงานของรัฐ

ที่จ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้ถือพันธบัตรที่เป็นบุคคลธรรมดาในประเทศ จะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 15 ของดอกเบี้ยที่จ่าย แต่ถ้าจ่ายให้แก่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดในประเทศจะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 1 และถ้าจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ผู้ลงทุนในต่างประเทศ จะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 15 เว้นแต่จะได้รับการยกเว้นภาษี ก็ไม่ต้องหักภาษีแต่อย่างใด

สำหรับการจ่ายเงินปันผล ผู้จ่ายเงินจะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 10 ของเงินปันผลที่จ่าย ไม่ว่าผู้ลงทุนที่ได้รับเงินปันผลจะเป็นบุคคลธรรมดา บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด และไม่ว่าจะอยู่ในประเทศหรือนอกประเทศก็ตาม

ส่วนกรณีการจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ บริษัทที่จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้แก่บุคคลธรรมดาที่อยู่ในหรือนอกประเทศ หรือจ่ายให้บริษัทที่อยู่ในต่างประเทศ จะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 15 เว้นแต่เข้าข่ายยกเว้นภาษีเงินได้ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ก็ไม่ต้องหักภาษี แต่ถ้าได้จ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ให้แก่บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัดในประเทศ จะต้องหักภาษีในอัตราร้อยละ 1

การลงทุนใน พันธบัตร หุ้น หรือหุ้นกู้ ต่างกันอย่างไร?

การลงทุนในพันธบัตร หุ้น หรือหุ้นกู้ ต่างก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าผู้ลงทุนยอมรับความเสี่ยงได้มากน้อยขนาดไหน หากฝากเงินกับธนาคารดอกเบี้ยอาจจะต่ำ เมื่อหักภาษีและอัตราเงินเฟ้อแล้วอาจจะไม่เหลืออะไร ส่วนการลงทุนในหุ้นกู้จะให้ผลตอบแทนสูง แต่ความเสี่ยงจากการลงทุนก็สูงไปด้วย ทางที่ดีผู้ลงทุนควรจะกระจายการลงทุนในรูปแบบต่างๆ ให้มากขึ้น ความเสี่ยงจะได้ลดลง โดยอาจจะกระจายลงทุนใน พันธบัตร หุ้น หุ้นกู้ กองทุนต่างๆ ซื้อทองคำ หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

นี่คือข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ การลงทุนใน พันธบัตร หุ้น หรือหุ้นกู้ ที่ทาง Home Buyers รวบรวมมาฝากกันค่ะ สำหรับเพื่อนๆ ที่เพิ่งจะเริ่มต้นการเป็นนักลงทุน แอดมินก็ขอแนะนำว่าทุกการลงทุนมีความเสี่ยง ถึงจะมีความเสี่ยงมากน้อยไม่เท่ากัน แต่เราก็ควรศึกษาข้อมูลต่างๆ ให้ดีก่อนตัดสินใจ เพื่อป้องกันตัวเองจากเรื่องที่ไม่คาดฝันหรือผิดพลาดกันด้วยนะคะ

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง