“เซเลบ” ซอยมหาดเล็กหลวง เตรียมรวมพลประท้วงหน่วยงานรัฐระงับโครงการ “ราชดำริ เรสซิเด้นท์” คอนโดฯ
หรูราคาแพงระยิบ ผิดกฎควบคุมอาคาร สิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชนกลุ่มลูกบ้านเจ้าของห้องชุดในคอนโดฯหรู
ใจกลางกรุงเทพฯ เตรียมเข้าชื่อยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการบริหารสำนักงานพระคลังข้างที่ และกรุงเทพมหานคร
รวมถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขอให้ระงับโครงการก่อสร้างอาคารสูง 57 ชั้น ราชดำริ
เรสซิเด้นท์ที่ได้ยื่นเสนอขอใบอนุญาตก่อสร้างอันเป็นการขัดต่อกฎหมาย และมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตลอด
จนถึงความเป็นอยู่ของชาวชุมชนที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในห้องชุดของคอนโดมิเนียมหรูที่สร้างขึ้นมาก่อนหน้า
ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากบรรดาเจ้าของห้องชุด และลูกบ้านผู้อยู่อาศัยในอาคารคอนโดมิเนียมหรูย่าน
ที่มีราคาแพงที่สุดของประเทศบนถนนราชดำริว่า บริษัท โรงแรมราชดำริ จำกัด ปัจจุบันมีชื่อว่า โรงแรม Four
Seasons หรือโฟร์ ซีซั่นส์ ซึ่งบริหารงานโดยบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) จำกัด ในฐานะผู้ถือหุ้น
ใหญ่ มีโครงการจะรื้อ หรือทุบทิ้ง พื้นที่บางส่วนของโรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ ที่ยื่นออกไปทางด้านหลัง เพื่อจะ
ก่อสร้างอาคารคอนโดมิเนียมหรูชื่อ ราชดำริ เรสซิเด้นท์ เพื่อเตรียมการเสนอขายแก่บุคคลทั่วไปในแบบ Lease
hold (ได้สิทธิ์ในการถือครองเป็นระยะเวลา) เนื่องจากที่ดินในย่านนี้ทั้งหมดล้วนแต่เป็นที่ดินของสำนักงานพระ
คลังข้างที่จึงไม่สามารถขายกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของให้ได้
ราชดำริ เรสซิเด้นท์ ซึ่งถูกออกแบบให้มีความสูงถึง 57 ชั้นนั้น นอกจากจะปิดบังภูมิทัศน์ของอาคารที่พัก
คอนโดมิเนียมที่อยู่ในซอยมหาดเล็ก 2 ทั้งหมดที่สร้างขึ้นก่อนหน้าอย่างไม่เป็นธรรมแล้ว พื้นที่ที่จะนำไปใช้ใน
โครงการนี้ยังมีความไม่ถูกต้องเหมาะสมหลายประการด้วยกัน เริ่มตั้งแต่มีขนาดเล็กเพียง 3 ไร่ 2 งาน 19 ตารางวา
หรือประมาณ 4,800 ตารางเมตรเท่านั้น
เมื่อพื้นที่มีขนาดเล็ก กลุ่มผู้บริหารโรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ จึงได้มีการนำเอาพื้นที่ถนนของซอยมหาดเล็ก 2 ซึ่ง
ใช้เป็นทางสาธารณะ และภาระ จำยอมมานานกว่า 10 ปีแล้ว ไปรวมกับพื้นที่ที่มีอยู่เพื่อจะทำให้พื้นที่ก่อสร้าง
อาคารหลังนี้มีขนาดใหญ่ขึ้น และมีจำนวนมากพอที่จะก่อสร้างอาคารให้มีขนาดความสูงเกินกว่าที่กฎหมาย
กำหนดไว้คือ จาก 1 ต่อ 10 เท่า เป็น 1 ต่อ 15 เท่าได้ หรือจากที่ควรจะสร้างได้เพียง 43 ชั้น ก็จะสามารถสร้างได้ถึง
57 ชั้น เป็นต้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้โรงแรม และอาคารคอนโดมิเนียมหรูที่มีชื่อว่า ST.Regis ซึ่งสร้างขึ้นติดกัน
ในนามของกลุ่มเจ้าของโรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ ก็ได้ก่อสร้างอาคารนี้โดยใช้เทคนิคเดียวกันมาแล้ว กล่าวคือ มีการ
นำเอาพื้นที่ที่เป็นถนนในซอยมหาดเล็ก 2 ที่คั่นระหว่างแปลงที่ดินทั้งสองไปคำนวณรวมกับที่ดินตน เพื่อเอื้อ
ประโยชน์ให้สามารถก่อสร้างอาคารได้เกินกว่าข้อกำหนดของกฎหมายทำให้สามารถออกแบบอาคารได้โดยมี
ขนาดความสูงถึง 57 ชั้น
ขณะเดียวกัน ยังมีการยืมพื้นที่ส่วนที่กฎหมายสิ่งแวดล้อมกำหนดให้การก่อสร้างโรงแรมต้องมีพื้นที่สีเขียว
10% ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งเดิมใช้เป็นพื้นที่สีเขียวของโรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ ไปใช้คำนวณเป็นพื้นที่สีเขียวของ
ST.Regis เพื่อเอื้อประโยชน์ในการหาค่า FAR หรือ Floor Area Ratio ซึ่งหมายถึงอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อ
พื้นที่ดิน เพื่อจะให้ได้อัตราส่วนในพื้นที่อาคารมากกว่าพื้นที่จริงตามที่กฎหมายควบคุมอาคารกำหนดด้วย
กรณีดังกล่าวไม่เพียงแต่จะทำให้อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดินของโรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ และ
ST.Regis มีส่วนทับซ้อนกันเองทั้ง 2 แห่งแล้ว ภายใต้บริบทของกฎหมายควบคุมอาคารฉบับเดียวกัน กลุ่ม
ผู้บริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ของโรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์ และ ST.Regis ยังมิอาจจะนำเอาพื้นที่ทับซ้อนซึ่งปัจจุบันถูก
แปลงสภาพจากพื้นที่สีเขียวไปเป็นอาคารจัดเลี้ยง 4 ชั้นของโรงแรมโฟร์ ซีซั่นส์นี้ไปใช้เพื่อการก่อสร้างโครงการ
อาคารราชดำริ เรสซิเด้นท์ ได้อีก เพราะจะทำให้อาคารทั้ง 3 แห่งผิดกฎหมายทั้งหมด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า กลุ่มผู้อยู่อาศัยที่มีจำนวนไม่น้อยกว่า 700 ยูนิตในคอนโดมิเนียมหรูด้านในนั้น
นอกจากจะวิตกกังวลว่าจะได้รับผล
กระทบจากการเหมารวมเอาพื้นที่ของซอยมหาดเล็กหลวง 2 ไปเป็นของกิจการโรงแรม และคอนโดมิเนียม
ทั้ง 2 แห่งเก่า และอีก 1 แห่งใหม่ ที่ปกติใช้เป็นเส้นทางเข้า-ออกระหว่างที่พักอาศัยกับถนนราชดำริแล้ว ยังอาจ
ได้รับผลกระทบจากสภาพแวดล้อม(EIA)ที่เปลี่ยนไปจากการก่อสร้างอาคารสูงที่ผิดกฎหมายควบคุมอาคาร
ขณะที่สุขภาพของชุมชน (HIA) จะต้องสูญเสียทัศนียภาพของสนามโปโลคลับ คุณภาพของอากาศ และ
แสงอาทิตย์ที่เคยสาดส่องลงมาถึงไปด้วย
กรณีข้างต้นทำให้ผู้อยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมหรูภายในซอยมหาดเล็กหลวง 2 ซึ่งปัจจุบันมีราคาต่อตาราง
เมตร(ตร.ม.)สูงถึง 200,000 บาท เตรียมเข้าชื่อกันเพื่อร้องเรียนต่อคณะกรรมการบอร์ดของสำนักงานพระคลังข้าง
ที่ ในฐานะเป็นเจ้าของที่ดินให้เช่าทุกแปลงเพื่อแจ้งให้ทราบถึงการดำเนินการที่ผิดข้อบัญญัติของกฎหมายหลาย
ฉบับ พร้อมข้อร้องเรียนต่อศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ตลอดจนถึงสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ได้ เพื่อระงับการก่อสร้างโครงการดังกล่าวโดยเร็วที่สุดด้วย