นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ" ว่า จากกรณีอาคารอยู่อาศัยรวม
อาทิ คอนโดมิเนียมหอพัก อพาร์ตเมนต์ มักมีอุบัติเหตุเพลิงไหม้ขึ้นบ่อยครั้งและเกิดปัญหาเจ้าหน้าที่เข้าถึงจุดเกิด
เหตุได้ล่าช้า หรือไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะข้อจำกัดต่างๆ ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของผู้อยู่
อาศัยตามมา
อย่างไรก็ดี สมาคมเตรียมเสนอกรุงเทพมหานครและกรมโยธาธิการและผังเมือง แก้ไขข้อกฎหมายที่
เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกฎกระทรวงเกี่ยวกับการป้องกันอัคคีภัยในอาคาร ตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ควบคุมอาคาร
พ.ศ.2522 โดยบังคับให้ทุกอาคารที่อยู่ในข่ายอาคารที่อยู่อาศัยรวมทุกขนาดทุกประเภทจะต้องมีชุดผจญเพลิง
พร้อมอุปกรณ์ อย่างหน้ากากกันไฟ ถังดับเพลิงต่างๆ อาคารละ 2 ชุด เฉลี่ยราคาชุดละกว่า 1 แสนบาท เพื่อให้ผู้ที่
ทำหน้าที่ รักษาความปลอดภัยในอาคาร (รปภ.) ทำหน้าที่ช่วยเหลือผู้อยู่อาศัยในอาคารเบื้องต้น ด้วยการสวมชุด
ดังกล่าวเข้าไปช่วยเหลือคนให้ออกจากตัวอาคาร ดับไฟ ชั่วคราว ฯลฯ ก่อนที่ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจะเข้ามาช่วยเหลือ
ด้วยการฉีดน้ำดับไฟหรือนำรถกระเช้าเข้ามาดับไฟในพื้นที่อาคาร
ทั้งนี้ชุดผจญเพลิงและหน้ากากพร้อมอุปกรณ์ดับเพลิง ราคาดังกล่าวถือว่าไม่แพงหากเทียบกับ ความสูญเสีย
ที่จะเกิดขึ้น ซึ่งต่างประเทศได้นำชุดดังกล่าวมาใช้ ซึ่งจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและแบ่งเบาเจ้าหน้าที่
ดับเพลิงได้มาก ซึ่งหน่วยงานภาครัฐ หรือท้องถิ่นจะต้องทำหน้าที่อบรม รปภ.ประจำอาคาร ให้มีความรู้และทักษะ
ในการใช้ชุดและการดับเพลิงในเวลาคับขัน ซึ่งหากทำได้จะช่วยลดปัญหาได้มาก
จากสถิติจำนวนอาคารอยู่อาศัยรวม ทั้งอาคารชุดหอพัก อพาร์ตเมนต์ ในเขตกทม.และปริมณทล ในปัจจุบัน
รวมกว่า 1,000,000 หน่วยซึ่งถือว่าค่อนข้างมากและล้วนแต่อยู่ในเมืองส่งผลให้เกิดความแออัดและลำบากต่อการ
เข้าพื้นที่เป้าหมาย
ด้านแหล่งข่าวจากกรมโยธาธิการและผังเมืองกล่าวว่า กว่า10 ปีก่อน กระทรวงมหาดไทยเคยเสนอชุด
หน้ากากป้องกันอัคคีภัยแต่ถูกเอกชนต่อต้านและต้องยกเลิกไปเพราะเกรงว่าจะเพิ่มภาระต้นทุนแต่ครั้งนี้เอกชน
ต้องการเพิ่มความปลอดภัยเข้ามาก็เห็นด้วยแต่จะต้องเสนอสาระสำคัญของการเสนอขอแก้ไขเพิ่มเติมกฎระเบียบ
ดังกล่าวก่อน