ดร.ธีระชน มโนมัยพิบูลย์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเปิดเผยว่า กรุงเทพมหานคร หรือ กทม.ร่วมกับภาคี
เครือข่ายต่อต้านคอร์รัปชั่น จัดทำโครงการ"เปิดมิติใหม่ รวดเร็ว โปร่งใส ตรวจสอบได้ กับใบอนุญาตยิ้ม" โดยมี
เจตนารมณ์ร่วมกันสร้างกรุงเทพฯเป็นเมืองสวรรค์เมืองแห่งความปลอดภัย เมืองน่าอยู่ และเมืองแห่งคุณภาพชีวิต
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งปกติการยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอนเคลื่อนย้าย หรือ
เปลี่ยนแปลงการใช้อาคารต้องใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือนกว่าจะได้ใบอนุญาต ก็จะปรับใหม่ตั้งแต่ 12 สิงหาคม นี้
เป็นต้นไป หลังจากยื่นเอกสารแล้วภายใน 30 วัน ต้องได้รับใบอนุญาตเพื่อให้ระบบเป็นไปอย่างเป็นรูปธรรม
กทม.ได้จัดให้มีการเสวนาร่วมกันระหว่างผู้แทนจากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ผู้แทนจากภาคีเครือข่าย
ต่อต้านคอร์รัปชั่นและสมาชิกกว่า 20 หน่วยงาน ผู้แทนจาก6 เขตกลุ่มเขต และผู้แทนจากวิศวกรรมสถานแห่ง
ประเทศไทยเพื่อจัดทำกระบวนการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการออกใบอนุญาต(Check list) และเป็น
ต้นแบบในการดำเนินโครงการไปสู่จังหวัดอื่นๆทั่วประเทศ
"เมื่อเราจัดทำเช็กลิสต์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้คนที่มายื่นเอกสารได้รู้ว่าเอกสารที่ต้องยื่นประกอบด้วย
อะไรบ้างหลังจากนั้นฝ่ายภาคีเครือข่ายภาคเอกชนจะจัดทำเว็บไซต์ขึ้น เพื่อให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลการยื่นขอ
ใบอนุญาตและนับเคาต์ดาวน์ 30 วัน เหมือนกับการทำพาสปอร์ตสมัยก่อนใช้เวลานานเป็นเดือน แต่ปัจจุบันทำง่าย
แถมรวดเร็วซึ่งเราจะให้การออกใบอนุญาตก่อสร้างรวดเร็วแบบนั้นเช่นกันไม่เฉพาะแต่บ้านเท่านั้น ยังรวมถึง
อาคารขนาดใหญ่ด้วย โดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้นโยบายว่าไม่ใช่แค่บ้านอยู่อาศัยพื้นที่ไม่เกิน 300 ตร.
ม. สูงไม่เกิน3 ชั้น แต่ตึกอาคารขนาดใหญ่ที่ผ่านมาบริการ วัน สต็อป เซอร์วิส ขอภายใน30 วันเหมือนกัน ให้
สามารถออกใบอนุญาตได้ โดยผมเป็นผู้ลงนาม"
หากมีปัญหาอุปสรรคประการอื่นๆทางภาคีเครือข่ายฯจะเข้ามาช่วยและร่วมกันเป็นหูเป็นตา เป็น
กระบอกเสียงในการให้คำแนะนำเพิ่มเติมเหล่านี้คือสิ่งที่เราร่วมกันตั้งใจทำดีเพื่อคนกรุงเทพฯในช่วง4-5 เดือนที่
ผมมารับผิดชอบสำนักการโยธาได้ใช้นโยบายการบริการครบวงจร ระบบ วัน สต็อป เซอร์วิส ก็สามารถสะสาง
เรื่องที่คั่งค้างนาน 7-8 เดือนได้หมด
"ที่ผ่านมากทม.เตรียมความพร้อมมาพอสมควร ทั้งเรื่องซอฟต์แวร์ และChecklistและอาจจะมีคู่มืออธิบาย
ในรายละเอียดของChecklist ประกอบเราจะเชื่อมข้อมูลทั้ง 50 เขตของ กทม."ดร.ธีระชนกล่าว
นายพินิตเลิศอุดมธนาผู้อำนวยการกองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ผู้บริหาร
กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการทางกองจึงได้ดำเนินการบางประการไปก่อนหน้าการประกาศ
เปิดตัวโครงการนี้ ซึ่งลดลงกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยมีเขตนำร่อง6 เขตต่อมาขยายเป็น 50 เขต ต่อมาก็เห็นว่า
การดำเนินการลดลงมา
"ในการขออนุญาตไม่ได้มีเฉพาะเจ้าหน้าที่กับเจ้าของอาคาร แต่ยังมีผู้เกี่ยวข้องเช่น สถาปนิก วิศวกร ทั้ง
ผู้ออกแบบ ผู้เขียนแบบ และผู้ควบคุมงาน จึงมีโอกาสที่จะเกิดปัญหาทางกรุงเทพมหานครก็มีปัญหาเหล่านี้มา
ตลอดพอมีปัญหาเกิดขึ้นก็ตกเป็นจำเลย จะเป็นจริงหรือไม่จริง กทม.ก็ต้องรับสภาพดังนั้นเมื่อมีองค์กรภาคเอกชน
เข้ามาร่วมเป็นภาคีเครือข่ายถือเป็นนิมิตที่ดีเพราะกทม.องค์กรเดียวไม่สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึงที่ผ่านมาเคยมี
การประชาสัมพันธ์และจัดทำหนังสือคู่มือและขั้นตอนการขออนุญาตแจกให้กับประชาชนแต่ต้องยอมรับว่า
บางครั้งเจ้าของบ้านบอกให้แก้ไขเอง เป็นวัฒนธรรมแบบไทยๆแต่ผมเชื่อว่าแบบที่ได้รับอนุญาตถูกต้องแบบที่ผิด
มีหลายอย่างทั้งเจ้าของบ้านเองมีประสงค์ที่จะสร้างไม่ตรงกับแบบ เพราะถ้าสร้างตรงตามแบบก็จะขออนุญาตไม่
ผ่าน ฉะนั้นต้องมีตัวช่วยคือผู้ควบคุมงานถ้าคุมงานจริงจะปล่อยให้ก่อสร้างผิดจากแบบได้อย่างไร แม้กระทั่งว่า
เซ็นแบบ เซ็นจริงหรือไม่"
ด้านนายธเนศ วีระศิริ เลขาธิการวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ปกติ
วิศวกรรมสถานมีโครงการ คลินิกช่าง ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการสร้างบ้านแก่ประชาชนทั่วไปฟรีทุกเดือนนอกจาก
ปัญหาเรื่องอาคารทรุด อาคารร้าว ปัญหาการขอใบอนุญาตก่อสร้างบ้านก็มีการสอบถามค่อนข้างมากนอกจากนี้ยัง
มีปัญหาเรื่องการเซ็นแบบหลายครั้งพบว่าวิศวกรที่เซ็นแบบไม่มีตัวตนจริง
"จริงๆการออกใบอนุญาตเร็วมีประโยชน์ ถ้าล่าช้าค่าวัสดุก่อสร้างบานปลาย ทำให้ผู้ก่อสร้างเสียโอกาส และ
สิ่งที่วิศวกรรมสถานจะมีส่วนช่วยสนับสนุนได้คือเรื่องที่เกี่ยวกับวิศวกรเมื่อใดก็ตามที่มีชาวบ้านมาร้องขอ
ตรวจสอบการมีตัวตนของวิศวกร สามารถส่งแฟกซ์ไปตรวจสอบได้กับ กทม. โดยวิศวกรรมสถานอาจจะเชื่อม
ข้อมูลรายชื่อวิศวกรที่ขึ้นทะเบียนกับ กทม."