ในทางปฏิบัติมีหลายหมู่บ้าน ที่ผู้ซื้อที่จัดสรรรับโอนบ้านในช่วงท้าย ๆ ก่อนปิดโครงการ ผู้ซื้อกลุ่มนี้ก็จะต้องได้จ่ายเงินค่าส่วนกลางล่วงหน้าไปเหมือนคนอื่น ๆแต่พออยู่ได้สักระยะหนึ่ง นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรก็มีหนังสือการเรียกเก็บเงินค่าส่วนกลางงวดใหม่ เกิดคำถามตามมาว่าไม่ยุติธรรมกับผู้ซื้อกลุ่มนี้ และที่ถูกต้องใครกันแน่ที่ควรจะเป็นผู้รับผิดชอบกับค่าส่วนกลางที่หายไป
ตาม พ.ร.บ.จัดสรร พ.ศ. 2543 มาตรา 49 กำหนดว่าค่าใช้จ่ายส่วนกลางให้จัดเก็บเป็นรายเดือน แต่ก็มีบ้างที่เจ้าของโครงการเรียกเก็บล่วงหน้าเป็นเวลา 1-2 ปี ซึ่งเป็นไปตามข้อสัญญาในขณะจองซื้อที่จัดสรร แต่ไม่เกี่ยวข้องกับนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร สิ่งที่ทำได้ คือคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งเป็นตัวแทนของสมาชิกในหมู่บ้านจัดสรร ควรทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โดยเฉพาะการตรวจสอบรายการที่สำคัญ ๆ ดังนี้
- เงินกองทุนที่เก็บไว้ล่วงหน้า เจ้าของโครงการไม่ควรนำไปใช้จ่าย เงินก้อนนี้ควรจะต้องมีครบตาม
จำนวนที่เก็บ
- ค่าส่วนกลางส่วนที่เหลือต้องมากกว่า หรือเท่ากับเงินค่าส่วนกลางที่สมาชิกในหมู่บ้านได้ชำระล่วง
หน้าทั้งหมด
- บัญชีที่สมาชิกค้างชำระค่าส่วนกลาง เพื่อให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรสามารถติดตามเรียกเก็บต่อ
ไปได้
- บัญชีการเงิน ในการใช้จ่ายบริหารจัดการ ตั้งแต่เริ่มแรกถ้ามีการนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ให้
เรียกคืนจากเจ้าของโครงการ
- ทรัพย์สินส่วนกลาง เช่น ถนน ทางเท้า ท่อระบายน้ำ สวนสาธารณะ ต้องพร้อมใช้งาน หากชำรุด
เสียหาย หรือทรุดโทรมต้องให้เจ้าของโครงการทำการซ่อม แซมให้เรียบร้อยรับส่งมอบ
- เงินค้ำประกันค่าดูแลสาธารณูปโภค7% ของมูลค่าสาธารณูปโภคทั้งโครงการ ที่เจ้าของโครงการ
ได้วางไว้กับคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัด เจ้าของโครงการต้องมอบให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัด
สรรทั้งหมด
หากสามารถตรวจสอบได้ เงินค่าส่วนกลางจะไม่มีวันหายไปไหนได้ ถ้าเจ้าของโครงการรับผิดชอบ และคณะกรรมการนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรได้ทำหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง สมาชิกในหมู่บ้านจัดสรรก็จะได้รับความเป็นธรรม และจะเรียกร้องไปยังคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง ให้ช่วยกำหนดกฎเกณฑ์เรื่องการนำเงินค่าส่วนกลางล่วงหน้าออกมาใช้โดยเจ้าของโครงการ เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบผู้ซื้อก็น่าจะเป็นการดี
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย