1. (สำเนา) เอกสารหลักฐานสำคัญของส่วนราชการและส่วนผู้ประกอบการ ได้แก่หนังสือสำคัญต่างๆ รายการจดทะเบียนหนังสือสัญญาขาย หนังสือกรรมสิทธิ์ห้องชุดรายงานผลการตรวจสอบอาคาร (ถ้ามี)หนังสือโต้ตอบระหว่างหน่วยงานราชการกับนิติบุคคลอาคารชุด ฯลฯ เป็นต้น เอกสารหลักฐานส่วนบุคคลซึ่งเป็นของผู้ประกอบการได้แก่ ข้อบังคับของนิติบุคคลอาคารชุดโบรชัวร์การขายโครงการ หลักฐานการซื้อและขายห้องชุด ฯลฯ
2. (สำเนา) เอกสารหลักฐานด้านบัญชีการเงินและการธนาคารของนิติบุคคลอาคารชุด ได้แก่ บัญชีรายรับค่าส่วนกลาง และเงินกองทุนของเจ้าของร่วมรายย่อยและผู้ประกอบการ และบัญชีรายจ่ายการบริหารจัดการทรัพย์ส่วนกลางที่ผ่านมามีการบริหารงานถูกต้องหรือไม่ สัญญาจ้างระหว่างนิติบุคคลอาคารชุดกับบุคคลหรือนิติบุคคลภายนอกซึ่งนิติบุคคลอาคารชุดจัดทำไว้สามารถใช้ตรวจสอบระบบบัญชีและการเงินของนิติบุคคลอาคารชุดได้
3. ทะเบียนทรัพย์สิน สินค้าหรืออุปกรณ์คงคลัง คู่มือการใช้ทรัพย์สิน หนังสือรับรอง รวมทั้งวัสดุ อุปกรณ์ชำรุดเสียหายระบบวิศวกรรมภายในอาคารชุดถือว่าเป็น"หัวใจ" สำคัญในการบริหารจัดการอย่างยิ่งเพราะมีผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ต่อเจ้าของร่วมและผู้พักอาศัย, แบบพิมพ์เขียวแบบปฏิบัติงานจริงของงานวิศวกรรมระบบจำเป็นต้องมีไว้ใช้งานเพื่อสะดวกต่อการตรวจสอบ การควบคุม ดูแลและการบำรุงรักษาซ่อมแซมทรัพย์ส่วนกลาง
4. วางแผนการบริหาร การจัดทำงบประมาณบริหารประจำปี รวมทั้งกำหนดแนวทางการให้เจ้าของร่วมมีส่วนร่วมในกิจกรรมของนิติบุคคลอาคารชุด เมื่อผู้ประกอบการหรือผู้จัดการคอนโดมิเนียมประสงค์ถ่ายโอนอำนาจให้เจ้าของร่วมภายในอาคารชุดร่วมรับผิดชอบ ทั้งเจ้าของร่วม คณะกรรมการ และผู้จัดการคอนโดมิเนียมควรเตรียมตัวและพิจารณาแผนงานบริหารคอนโดมิเนียมด้วยการอาศัยบุคลากรบริหารเองโดยตรง หรือการพิจารณาว่าจ้าง"OUTSOURCE" เข้ามารองรับ
งบประมาณรายรับและรายจ่ายการบริหารนิติบุคคลอาคารชุด เป็นงบประมาณ"ขาดดุล" หรือ "เกินดุล" จะสามารถบ่งชี้แนวทางการบริหารคอนโดมิเนียมได้เป็นอย่างดี
5. ก่อนที่เจ้าของร่วม คณะกรรมการหรือผู้จัดการคอนโดมิเนียมจะรับมอบงานต่อจากผู้ประกอบการหรือผู้จัดการคอนโดมิเนียม ควรมีโอกาสได้พิจารณาศึกษารายละเอียดตรวจสอบเนื้อหาของข้อบังคับและระเบียบปฏิบัติต่างๆ ว่ามีส่วนใดขัดหรือแย้งกับกฎหมายว่าด้วยอาคารชุดหรือกฎหมายอื่นใดหรือไม่
การแก้ไขหรือเพิ่มเติม "ข้อบังคับ"สามารถกระทำได้เพียงวิธีเดียว กล่าวคือ เสนอให้ที่ประชุมใหญ่เจ้าของร่วมพิจารณาอนุมัติและนำไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่"กรมที่ดิน" ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ที่ประชุมใหญ่มีมติ
เจ้าของร่วมจำนวนร้อยละ 80 มักไม่ให้"ความสนใจ" ต่อการประชุมใหญ่โดยเฉพาะการประชุมใหญ่เพื่อการถ่ายโอนอำนาจจากผู้ประกอบการมายังเจ้าของร่วมรายย่อย ซึ่งข้อเท็จจริงเจ้าของร่วมทุกรายควรให้ความสนใจต่อเรื่องดังกล่าว เพราะการประชุมใหญ่เจ้าของร่วมเป็นเพียง "เวทีเดียว" ที่สามารถเสนอแนะหรือทักท้วงที่ประชุมเพื่อรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม ดีกว่าเมื่อเกิดความเสียหาย ต่างฝ่ายต่างโยนกันไปโยนกันมาหรือบ่นกันฟังในภายหลัง
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย