ภาษีซื้อเป็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มถูกเรียกเก็บจากผู้ประกอบการจดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพิ่มอื่นที่ขายสินค้าหรือให้บริการ หรือจากการนำเข้า ผู้ประกอบการที่ได้ก่อสร้างอาคาร/สำนักงาน เพื่อ
ใช้ในกิจการไม่ว่าจะลงมือก่อสร้างเองหรือว่าจ้างผู้อื่นก่อสร้างก็ตามวัสดุที่ใช้ก่อสร้างหรือการใช้บริการจากผู้
รับจ้างก่อสร้างมักจะมีภาษีมูลค่าเพิ่มมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ
การก่อสร้างอาคาร/สำนักงานที่ใช้ในกิจการของผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีซื้อที่เกิดขึ้น
จากการก่อสร้างหรือจากการใช้บริการก่อสร้าง ผู้ประกอบการสามารถนำมาขอคืนภาษีซื้อหรือนำมาหักออกจาก
ภาษีขายได้ เว้นแต่ภาษีซื้อนั้นมีลักษณะเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ตามบทบัญญัติมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร
และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 42 ซึ่งผู้ประกอบการไม่สามารถขอคืนภาษีซื้อ
หรือนำไปหักออกจากภาษีขายได้ เช่น ใบกำกับภาษีอย่างย่อ ใบกำกับภาษีที่มีสาระสำคัญไม่ครบถ้วนตามที่
กฎหมายกำหนด ใบกำกับภาษีปลอม เป็นต้น
ภาษีซื้อต้องห้ามบางประเภท ผู้ประกอบการสามารถนำไปหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ แต่ภาษีซื้อต้องห้าม
บางประเภทไม่สามารถนำไปหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจึงต้องพึง
ระมัดระวังการนำภาษีซื้อมาใช้
สำหรับเจ้าของอาคารที่ก่อสร้างอาคาร/สำนักงาน หากไม่ได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
หรือเป็นกิจการที่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น การก่อสร้างหอพักหรืออพาร์ตเมนต์ให้เช่าเป็นต้น ภาษีซื้อที่
เกิดขึ้นผู้ประกอบการไม่สามารถนำมาขอคืนภาษีซื้อได้ แต่ผู้ประกอบการสามารถนำไปเป็นต้นทุนหักเป็นรายจ่าย
ทางภาษีได้ มีผู้ประกอบการหอพัก บ้านพักให้เช่า หรืออพาร์ตเมนต์จำนวนมากที่ได้ประกอบกิจการอื่นๆและได้
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ ได้นำภาษีซื้อจากการก่อสร้างอาคาร/สำนักงานไปขอคืนภาษีซื้อหรือนำมาหักออก
จากภาษีขาย หากการใช้ภาษีซื้อนั้นไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม
เพิ่มเติมเสียภาษีตามมูลค่าภาษีซื้อที่นำไปใช้ พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มจำนวนมาก ผู้ประกอบการควรตรวจสอบ
ดูว่าภาษีซื้อที่เกิดขึ้นนั้นเป็นภาษีซื้อของกิจการที่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่
ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ใช้อาคาร/สำนักงานประกอบกิจการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม
และกิจการไม่ได้อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มในที่เดียวกัน หรือนำอาคาร/สำนักงานที่ใช้ประกอบกิจการที่อยู่ใน
บังคับภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นที่อยู่อาศัยด้วย(Home Office) ภาษีซื้อที่เกิดขึ้นจากการก่อสร้างอาคาร/สำนักงานจะต้อง
นำมาเฉลี่ยภาษีซื้อตามหลักเกณฑ์ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม ฉบับที่ 29
ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มที่ได้ก่อสร้างอาคาร/สำนักงานที่ใช้ในกิจการบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม
และได้ขอคืนภาษีซื้อไปเรียบร้อยแล้ว ภายหลังได้นำอาคาร/สำนักงานนั้นไปขาย ให้เช่า หรือนำไปใช้ในกิจการที่
ไม่อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มภายใน 3 ปี นับแต่เดือนภาษีที่ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ภาษีซื้อจากการก่อสร้างที่ได้ขอ
คืนหรือนำไปหักออกจากภาษีขายไปแล้วจะเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องยื่นแบบแสดง
รายการภาษีมูลค่าเพิ่ม(ภ.พ.30) เพิ่มเติมชำระภาษีตามมูลค่าภาษีซื้อที่นำไปใช้ พร้อมเบี้ยปรับ 1 เท่าของภาษีซื้อที่
ใช้ไป และเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ชำระ
ภาษีซื้อการก่อสร้างอาคาร/สำนักงาน ถ้าอาคาร/สำนักงานนั้นนำไปใช้ในกิจการบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม
ทั้งหมด ภาษีซื้อการก่อสร้างที่ได้ขอคืนหรือนำไปหักออกจากภาษีขายก็จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เว้นแต่จะเป็น
ภาษีซื้อต้องห้าม แต่ถ้าอาคาร/สำนักงานที่ก่อสร้างนั้น นำไปใช้ในกิจการที่อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่มและกิจการที่
มิได้อยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม จะต้องมีการเฉลี่ยภาษีซื้อตามที่กฎหมายกำหนด
ผู้ประกอบการที่ได้ก่อสร้างอาคาร/สำนักงาน สามารถศึกษาเกี่ยวกับภาษีซื้อต้องห้ามและวิธีการเฉลี่ยภาษี
ซื้อได้ตามกฎหมายที่กล่าวมาข้างต้น สวัสดีครับ