จากกรณีที่ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับ(ปรับปรุงครั้งที่3) ที่อยู่ขั้นตอนระหว่างปิดประกาศ 90 วัน จนถึง
วันที่ 21 สิงหาคม2555 และคาดว่าจะประกาศใช้กลางปี 2556 ที่มีชาวบ้านเจ้าของที่ดิน ตลอดจนภาคเอกชน
หน่วยงานราชการยื่นคัดค้านและขอปรับการใช้ที่ดินให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากที่สุดนั้น
ต่อเรื่องนี้ นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมบ้านจัดสรร เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า 3 สมาคม ประกอบด้วย
สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร สมาคมอาคารชุดไทย และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เตรียมยื่นหนังสือท้วงติง สำนัก
ผังเมืองกทม. ประเด็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวราบประเภท บ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์เฮาส์ โดยขนาดเนื้อที่
จะต้องสอดคล้องตามพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 ของกรมที่ดิน และ ผังเมืองรวมกทม.
ฉบับปี 2549คือ บ้านเดี่ยว ขนาดไม่ต่ำกว่า 50 ตารางวา บ้านแฝด 35 ตารางวา และ ทาวน์เฮาส์ 16 ตารางวา
อย่างไรก็ดี ร่างผังเมืองรวมกทม.ที่อยู่ระหว่างยกร่าง กำหนดพื้นที่สีเหลืองหรือที่ดินประเภทอยู่อาศัย
หนาแน่นน้อยกำหนดให้ที่ดินรหัส ย.1, ย.2กำหนดให้ บ้านเดี่ยว และบ้านแฝดมีขนาดเท่ากันคือ 50 ตารางวา โดย
ให้เหตุผลว่าบ้านแฝดเดิมที่กำหนด 35 ตารางวา ตามผังเมืองปี 2549 มีความหนาแน่นมาก
สวนทางกับพื้นที่ ย.2 เช่นเดียวกันที่เดิม ผังเมืองเก่า ฉบับปี 2549 กำหนดให้พัฒนาได้เฉพาะบ้านเดี่ยว 50
ตารางวาขึ้นไป โดยห้ามพัฒนาทาวน์เฮาส์แต่ผังเมืองรวมกทม.ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 3 กลับให้พัฒนาทาวน์เฮาส์ได้
20 ตารางวา แต่มีเงื่อนไขว่าต้องสร้างติดถนนกว้าง12 เมตรซึ่งตามความเป็นจริงแล้ว ทาวน์เฮาส์มีขนาดเล็กและมี
สัดส่วนความถี่ของแปลงที่ดินมากกว่าบ้านแฝด ที่มีขนาดใหญ่กว่าคือ 35 ตารางเมตรเดิม โดยสรุป สมาคม
ต้องการทราบเหตุผลที่ชัดเจนแต่ทางออกที่ดีที่สุด น่าจะกำหนดขนาดบ้านแฝดกับทาวน์เฮาส์เท่ากับข้อกำหนด
จัดสรรที่ดินกรุงเทพฯ ตามกฎหมายจัดสรรที่ดิน และผังเมืองเดิมปี 2549 จะเหมาะสมกว่า
ด้านนายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า 3 สมาคมเสนอให้ขนาดของทาวน์เฮาส์
จะต้องมีมาตรฐานต่ำสุดคือ 16 ตารางวา และบ้านแฝดขนาด 35ตารางวาตามกฎหมายจัดสรรที่ดินที่สำคัญต้องไม่
มีขนาดถนนเข้ามาเกี่ยวข้อง
"3สมาคมทำหนังสือโต้แย้งไป กรณีบ้านแฝด 50 ตารางวา ควรมีขนาดเท่าเดิมและ การพัฒนาทาวน์เฮาส์ 20
ตารางวา บนพื้นที่รหัส ย.2 ปกติต้องสร้างบ้านเดี่ยวอย่างเดียว แต่หากจะสร้างทาวน์เฮาส์ต้องมีขนาด20ตารางวา
และที่ดินต้องติดถนน 12 เมตร มองว่าไม่ควรกำหนด"
ขณะเดียวกัน นายประทีป ตั้งมติธรรม รองประธานคณะทำงานโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมและพลังงาน
คนที่หนึ่งมีหนังสือท้วงติงเกี่ยวกับผังเมืองรวมกทม.ใหม่ เรื่องขนาดถนนกับ FAR (Floor Area Ratio) หรือ
สัดส่วนอาคารกับพื้นที่ดินในบางพื้นที่ไม่สอดคล้องกัน จึงขอให้แก้ไขอาทิ FAR 10 :1หรือพัฒนาได้ 10 เท่าของ
แปลงที่ดินเช่นถนนสี่พระยา ศาลาแดง,สุขุมวิท11, 13, หลังสวน, เจริญกรุงบางบริเวณ,สุรวงศ์, ศาลาแดง, นเรศ
,ทรัพย์ซึ่งถนนเหล่านี้มีขนาดความกว้างไม่ถึง20 เมตร ถนนบางสายแทบจะไม่มีทางเท้าเดินไม่มีทางระบายน้ำ แต่
กลับพัฒนาได้มากดังนั้นเสนอให้ลดการพัฒนาลง จาก FAR 10 หรือ 10 เท่า เหลือ แค่ 8 เท่าของแปลงที่ดิน
ในทางกลับกัน กลับกำหนดFAR 2.5 เท่าถึง 5 เท่า ในถนนเขตทางกว้าง 20เมตร ถึง 45 เมตร เช่นถนนอ่อนนุช
รามอินทรา รัชดาภิเษก ลาดพร้าวรามคำแหง บรมราชชนนี ฯลฯ สภาที่ปรึกษาฯเห็นว่าควรเพิ่ม FAR เพิ่มเป็น 7
เท่าหรือ 8 เท่า ฯลฯ
แหล่งข่าวสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาฯกล่าวว่าที่ผ่านมาได้ทำหนังสือทบทวนให้ กทม.แก้ไข การใช้
ประโยชน์ที่ดินจุฬาฯ กว่า 200 ไร่ บริเวณสามย่านและสวนเฉลิมพระเกียรติ พระราม1 พระราม4 บรรทัดทอง อังรี
ดูนังต์ จดพญาไท ผังเมืองใหม่กำหนดเป็นพ.3 หรือที่ดินประเภทพาณิชยกรรม (สีแดง) ระดับกลาง แต่ปรากฏว่า
การพัฒนาลดลง คือพัฒนาได้เพียง 9,999 ตารางเมตร ต่อ 1 อาคารแต่หากจะพัฒนาเกิน 10,000 ตารางเมตร ต้องมี
ถนนกว้าง 30 เมตร แต่บริเวณ ถนนพระราม1 มีขนาดกว้างเพียง 20 กว่าเมตร และถนนบรรทัดทอง 10 กว่าเมตร
ส่งผลให้พัฒนายาก โดยขอปรับแก้เป็นพ.4-5 หรือ พ.3 เช่นเดิมแต่ไม่ต้องมีขนาดถนนเข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งนี้
เนื่องจากราคาที่ดินสูงและอยู่ใจกลางเมืองด้านม.ร.ว. เปรมสิริ เกษมสันต์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กทม. กล่าว
ว่า ทุกเรื่องที่ร้องเข้ามายังสำนักงาน จะรับไว้พิจารณาแต่จะต้องเป็นกรณีเจ้าของที่ดินเท่านั้น เช่นสำนักงาน
ทรัพย์สินจุฬาฯ หรือกรณีผู้ประกอบการที่มีแปลงที่ดินที่รอการพัฒนาแต่ไม่สามารถพัฒนาได้เพราะติดขัดกับ
ข้อกำหนดผังเมืองรวมกทม.ฉบับ (ปรับปรุงครั้งที่ 3) เท่านั้น ส่วนการท้วงติงเชิงนโยบายภาพรวมในนามสมาคม
คงไม่สามารถปรับแก้ให้ได้