จากตัวอย่าง จะเห็นว่า การถือครอง หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นานๆ จะส่งผลให้จะมีค่าใช้จ่ายถือครอง(Carrying Cost) เกิดขึ้นมากมายหลายอย่างด้วยกัน เช่น ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา(Maintenance), ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ(Management), ภาษีอสังหาริมทรัพย์(Real Estate Taxes) เช่นภาษีโรงเรือนและที่ดิน และภาษีทรัพย์สิน,ค่าประกันภัยอัคคีภัยต่างๆ(Hazard & Liability Insurance) ค่าสาธารณูปโภคสาธารณูปการ (Utilities) รวมถึงค่าใช้จ่ายสิ้นเปลืองต่างๆ(Supplies) ไม่เพียงเท่านั้น ยังรวมถึงค่าใช้จ่ายในส่วนของหนี้เงินกู้ เช่น ค่าเงินต้นผ่อนชำระคืน(Principal Payments) ค่าดอกเบี้ย(Interest) ค่าธรรมเนียมเงินกู้ต่างๆ(Loan Fees) รวมถึงภาษีเงินได้ตอนกลางปีและตอนสิ้นปีด้วย(Income Taxes) ซึ่งหากเป็นการลงทุนในลักษณะการฟลิปแล้ว ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจากการถือครองอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ จะสามารถประหยัดลงได้ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากจัดการในเรื่องการครอบครองสิทธิ และระยะเวลาการถือครองดีๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายหลายตัวอาจประหยัดได้จนถึงขั้นไม่ต้องเสียเลยก็
บางส่วนจาก Property Flipping
ซื้อมาขายไป กลยุทธทำกำไรอสังหาริมทรัพย์อย่างรวดเร็ว
โดย..อนุชา กุลวิสุทธิ์
สงวนลิขสิทธิ์: ห้ามมิให้ทำซ้ำ ดัดแปลง และนำข้อมูลไปตีพิมพ์หรือเผยแพร่โดยมิได้รับอนุญาต
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย