หลักในการเลือกกองทุนรวม

ปัญหาที่นักลงทุนส่วนใหญ่มักจะพบในการตัดสินใจเลือกกองทุนก็คือควรจะลงทุนในกองทุนไหนดี และมีหลักการในการเลือกกองทุนที่เหมาะสมอย่างไร ในวันนี้จึงขอนำเสนอหลักและวิธีในการเลือกกองทุนในเบื้องต้น 3 ข้อ ที่เป็นหัวใจหลักในการเลือกกองทุนรวม ซึ่งมีดังนี้>

1. กำหนดเป้าหมายการลงทุน และระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม ก่อนเลือกกองทุน นักลงทุนควรกำหนดเป้าหมายเสียก่อนว่าจะลงทุนเพื่ออะไร เช่น ลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ลงทุนเพื่อการศึกษาบุตร ลงทุนเพื่อนำเงินไปสร้างบ้าน ฯลฯ การกำหนดเป้าหมายการลงทุนจะทำให้ทราบถึงระยะเวลาและความสม่ำเสมอในการใช้เงิน
ตัวอย่างเช่น หากมีเป้าหมายการลงทุนเพื่อนำเงินไปดาวน์บ้านในอีก 5 ปีข้างหน้า ระยะเวลาการลงทุนของท่านก็คือ 5 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานพอที่จะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในสัดส่วนที่มากได้แต่หากนักลงทุนมีเป้าหมายการลงทุนเพื่อต้องการมีรายได้ประจำก็ควรที่จะลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำในสัดส่วนที่สูงทั้งนี้
สิ่งสำคัญที่นักลงทุนควรคำนึงถึงก็คือ ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้เพราะถึงแม้ว่าเป้าหมายการลงทุนอาจส่งผลให้นักลงทุนต้องลงทุนในกองทุนที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดี แต่ระดับความเสี่ยงที่นักลงทุนยอมรับได้อาจอยู่ในระดับต่ำนักลงทุนจึงจำเป็นต้องปรับกลยุทธ์การลงทุน เช่น ยืดระยะเวลาของเป้าหมายการลงทุนให้นานขึ้น เพิ่มเงินลงทุน หรือปรับลดเป้าหมายการลงทุนเป็นต้น

2. ศึกษานโยบายและสไตล์การลงทุนของแต่ละกองทุน นโยบายการลงทุนของกองทุนมีผลอย่างมากต่อระดับผลตอบแทนและความเสี่ยง เนื่องจากนโยบายการลงทุนจะเป็นตัวกำหนดว่ากองทุนนั้นๆสามารถลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอยู่ในระดับใดได้บ้าง เช่น กองทุนตราสารเงินกองหนึ่งมีนโยบายการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐหรือเงินฝากธนาคารในประเทศเท่านั้นและกำหนดอายุเฉลี่ยของตราสารในกองทุนไว้ไม่เกิน 3 เดือนเมื่อเทียบกับกองทุนตราสารเงินอีกกองทุนหนึ่ง
ซึ่งมีนโยบายการลงทุนทั้งในตราสารหนี้ภาครัฐ เงินฝากธนาคารในและต่างประเทศ ตราสารหนี้ภาคเอกชน ตราสารหนี้ต่างประเทศและกำหนดอายุเฉลี่ยของตราสารในกองทุนไว้ไม่เกิน 3 เดือนกองทุนตราสารเงินกองทุนหลังจะมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เนื่องจากสามารถลงทุนในตราสารหนี้อื่นๆซึ่งอาจให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ภาครัฐได้ แต่ระดับความเสี่ยงก็อาจเพิ่มขึ้นจากความผันผวนของราคาตราสารหนี้ภาคเอกชน และมีความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้สูงกว่ากองทุนแรกในส่วนของกองทุนหุ้นนโยบายการลงทุนและสไตล์การลงทุนก็มีผลต่อผลตอบแทนการลงทุนและระดับความเสี่ยงเช่นกัน
ตัวอย่างเช่น กองทุนหุ้นในหมวดพลังงาน มีโอกาสที่ผลตอบแทนกองทุนจะผันผวนไปตามผลตอบแทนของหุ้นกลุ่มพลังงานกองทุนดัชนี SET50 มีโอกาสที่ผลตอบแทนกองทุนจะผันผวนไปตามหุ้นขนาดใหญ่ในขณะที่กองทุนที่สไตล์การบริหารแบบ Active (คัดเลือกหุ้นเป็นรายตัว) มีโอกาสให้ผลตอบแทนกองทุนแตกต่างไปจากทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหลักทรัพย์

3. วิเคราะห์ผลตอบแทนในอดีตนักลงทุนสามารถนำข้อมูลของผลตอบแทนในอดีตมาวิเคราะห์ได้ว่า ผู้จัดการกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้สม่ำเสมอเพียงใดเมื่อเทียบกับตัวเปรียบเทียบ (benchmark) รวมถึงนำมาใช้วิเคราะห์ความผันผวนของกองทุนเมื่อเทียบกับตัวเปรียบเทียบแต่อย่างไรก็ดีผลตอบแทนในอดีตมิใช่สิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต
ดังนั้น นักลงทุนจึงไม่ควรคาดหวังว่ากองทุนที่เคยให้ผลตอบแทนที่ดีจะเป็นกองทุนที่ให้ผลตอบที่ดีในวันข้างหน้าเสมอไป

หลักการเบื้องต้นทั้ง 3 ข้อนี้ เป็นหัวใจหลักในการเลือกกองทุนรวมที่เหมาะสมกับนักลงทุนแต่ละท่าน ซึ่งการนำไปปฏิบัติตาม จะว่าง่ายก็ง่าย เพราะมีหลักเพียงแค่ 3 ข้อ และนักลงทุนที่มีประสบการณ์ในการลงทุนกับกองทุนรวมอาจจะคุ้นเคยดีอยู่แล้วแต่สำหรับนักลงทุนมือใหม่ ควรให้ความสำคัญในการศึกษาข้อมูลของกองทุนรวมที่จะลงทุนเพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่ท่านจะลงทุนไม่ว่าในแง่ของความเสี่ยงความเหมาะสมในการลงทุน และคุณลักษณะของแต่ละกองทุน ซึ่งหากนักลงทุนเข้าใจในสิ่งที่ท่านลงทุน และยอมรับกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ ท่านก็สามารถลงทุนได้อย่างสบายใจในระดับหนึ่ง และปล่อยให้เงินทำงานแทนท่านต่อไป

*การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง