ประเภทแรก การจ่ายผลตอบแทนโดยคำนวณจากราคาปลายทางเปรียบเทียบกับราคาต้นทางถ้าราคาปลายทางมากกว่า หรือเท่ากับราคาต้นทาง ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามที่กำหนดไว้ เช่น กองทุนรวมคุ้มครองเงินต้น อายุโครงการ 1 ปี มีนโยบายลงทุนตราสารภาครัฐ 97%และอีก 3% จะลงทุนในออปชั่น ที่อ้างอิงกับราคาหุ้น 3 ตัว หากราคาปิด ณ สิ้นวันของหุ้นที่อ้างอิงทั้ง 3 ตัว ในวันครบกำหนดอายุโครงการ 1 ปี ไม่ต่ำกว่าราคาวันเริ่มต้นลงทุนผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทน 7%ในทางกลับกันหากราคาปิด ณ สิ้นวันของหุ้นที่อ้างอิงทั้ง 3 ตัวในวันครบอายุโครงการ ต่ำกว่าราคาวันเริ่มต้นลงทุน ผลตอบแทนเท่ากับ 0% โดยผู้ลงทุนจะได้รับเงินต้นคืน
การกำหนดการจ่ายคืนผลตอบแทนลักษณะนี้เนื่องจาก บริษัทจัดการมีมุมมองว่าราคาของหุ้น 3 ตัวที่เลือกอ้างอิงผลตอบแทน จะไม่ต่ำกว่าวันที่ลงทุนโดยพิจารณาจากปัจจัยพื้นฐาน และโอกาสเติบโตในอีก 1 ปีข้างหน้าของหุ้นดังกล่าว
ประเภทสอง การจ่ายผลตอบแทนโดยคำนวณจากราคาหลักทรัพย์เปรียบเทียบกับราคาต้นทุนถ้าราคาเฉลี่ยมากกว่าราคาต้นทาง ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามที่กำหนดไว้เช่น กองทุนรวมอายุโครงการ 1 ปี มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ และเงินฝาก 97% และ อีก 3% จะลงทุนในสัญญาออปชั่นที่มีการ จ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน โดยมีเงื่อนไขการรับผลตอบแทน หากราคาน้ำมันทุกสิ้นเดือน สูงกว่าราคาตั้งต้นที่กองทุนลงทุน ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทน สะสมเดือนละ 0.5% ต่อปี ดังนั้น หากราคาน้ำมันทุกสิ้นเดือนสูงกว่าราคาน้ำมันณ วันแรกที่กองทุนลงทุน ผลตอบแทนสูงสุดในหนึ่งปีที่ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับคือ 6% ต่อปี (0.5% คูณ 12 เดือน) ในทางกลับกัน หากในเดือนใดราคาน้ำมัน ณ สิ้นเดือนเท่ากับหรือต่ำกว่าราคาน้ำมัน ณ วันที่กองทุนลงทุนครั้งแรก ในเดือนนั้นผู้ลงทุนจะได้ผลตอบแทนเท่ากับ 0% ทั้งนี้ ในกรณีที่ราคาน้ำมันไม่ปรับตัวขึ้นเลยตลอดหนึ่งปีผู้ลงทุนจะได้รับเงินต้นคืน
ประเภทสามการจ่ายผลตอบแทนโดยคำนวณราคาทุกวันเทียบหาผลตอบแทนกับวันจดทะเบียนหากผลตอบแทน ไม่เกินช่วงที่กำหนดผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนตามที่กำหนดไว้เช่น กองทุนรวมเน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลเพื่อคุ้มครองเงินต้นและเงินส่วนที่เหลือลงทุนในสัญญาออปชั่นอ้างอิงราคาทองคำในตลาดโลกกองทุนมีอายุโครงการ 1 ปี โดยมีเงื่อนไขการรับผลตอบแทน ดังนี้
กรณีที่ 1 : หากราคาทองคำในตลาดโลกลดลงหรือเพิ่มขึ้นไม่เกิน 15% ตลอดอายุกองทุน ผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับ คือ 4.5%
กรณีที่ 2 : หากราคาทองคำ ลดลงหรือเพิ่มขึ้นในช่วง 15% ในวันใดวันหนึ่ง แต่ยังอยู่ในกรอบลดลงและเพิ่มขึ้นไม่เกิน 20%ตลอดอายุกองทุน ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทน 1.5%
กรณีที่ 3 : หากราคาทองคำปรับลดลงหรือเพิ่มขึ้นเกิน 20%ณ วันใดวันหนึ่ง ผลตอบแทนที่จะได้รับคือ 0% ในขณะที่เงินต้นยังคงอยู่เช่นเดิม
จะเห็นได้ว่า กองทุนประเภท Complex returnที่มีนโยบายคุ้มครองเงินต้น เป็นทางเลือกการลงทุนที่เหมาะสำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ โดยผู้ลงทุนสามารถเลือกรูปแบบกองทุนได้ตามต้องการ
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย