
การอยู่อาศัยในคอนโดมิเนียมในเมืองไทยได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีแล้ว แม้บางช่วงตลาดจะชะลอไปบ้างด้วยเหตุและปัจจัยต่างๆ แต่จากเทรนด์การอยู่อาศัยของคนเมืองหลวงทั่วโลก เชื่อได้ว่าในอนาคตที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมจะกลายเป็นที่อยู่อาศัยหลักสำหรับคนเมืองกรุง และพฤติกรรมการอยู่อาศัยแบบนี้กำลังลามไปสู่หัวเมืองใหญ่ในภูมิภาคต่างๆ ด้วย
สมมติฐานนี้ไม่น่าผิดจากความจริง เพราะการซื้อขายคอนโดฯ ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑลในแต่ละปีมากกว่าที่อยู่อาศัยแนวราบ เช่น บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝดมา 2-3 ปีแล้ว การซื้อขายคอนโดฯ ที่เกิดขึ้นแต่ละปีไม่ใช่แค่การอยู่อาศัยเพียงอย่างเดียว หากยังรวมถึงการซื้อเพื่อลงทุน ซึ่งมีสัดส่วนไม่น้อย เพราะตลอดเวลานับจากการฟื้นตัวหลังวิกฤติใหญ่ปี 2540 การลงทุนในคอนโดมิเนียมสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนอย่างน่าพอใจ ตัวเลขจากบริษัทที่ปรึกษาต่างชาติในเมืองไทยบางแห่งระบุว่าบางช่วงผลตอบแทนจากค่าเช่าคอนโดฯ สูงถึงปีละ 9% กว่าก็มี แต่โดยเฉลี่ยแล้วผลตอบแทนจากค่าเช่าคอนโดฯ ในเมืองเฉลี่ยอยู่ที่ 6% ขึ้นไป เรียกว่าไม่เคยต่ำกว่า 5% เลย จึงไม่แปลกที่คอนโดมิเนียมจะเป็นทางเลือกการลงทุนที่หลายคนสนใจ

มีหลายเหตุผลที่สนับสนุนให้เห็นว่าตลาดคอนโดฯ ในกรุงเทพฯ ยังเฟื่องฟู เช่น ปัญหารถติด น้ำมันแพง พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน โดยคนรุ่นใหม่หันมานิยมอยู่คอนโดฯ เพื่อความเป็นอิสระและเป็นส่วนตัว นอกจากนี้แนวโน้มราคาที่อยู่อาศัยแนวราบที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้นทุนที่ดินสูงขึ้น จนทำให้คนทั่วไปจำนวนหนึ่งไม่มีกำลังเพียงพอที่จะซื้อบ้านหันมาซื้อคอนโดฯ แทน ฯลฯ กลุ่มคนเหล่านี้ส่วนหนึ่งคือลูกค้าเช่าในตลาดคอนโดฯ นั่นเอง นอกจากนี้กลุ่มผู้เช่าที่เป็นต่างชาติก็เป็นลูกค้ากลุ่มสำคัญของตลาดเช่า ซึ่งตัวเลขชาวต่างชาติที่เข้ามาอยู่อาศัยในเมืองไทยแต่ละปีไม่น้อยเลย
อย่างไรก็ตามสำหรับผู้สนใจลงทุนในคอนโดฯ อย่างน้อยควรศึกษาข้อมูล 2 เรื่องสำคัญนั่นคือ
1.รู้จักลูกค้า
2.รู้ความต้องการลูกค้า ทั้งนี้เพื่อกำหนดการตัดสินใจเลือกลงทุน
ลูกค้าหรือผู้เช่าเป็นได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ และลูกค้าคนไทยก็เป็นได้ทั้งคนทำงาน นักศึกษา และเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งลูกค้าแต่ละกลุ่มย่อมมีความต้องการที่ต่างกัน เช่น คนทำงานอาจต้องการพักอาศัยใกล้ที่ทำงาน หรือที่เดินทางสะดวก ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก ทำเลที่ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องการน่าจะเป็นคอนโดในแนวรถไฟฟ้า ใกล้เมือง หรือมีแหล่งช้อป แหล่งเที่ยวที่รองรับไลฟ์สไตล์ความต้องการของเขาได้ ขณะที่นักศึกษาย่อมต้องการที่พักใกล้สถานศึกษา เป็นต้น

ขณะที่หากเป็นลูกค้าต่างชาติต้องรู้ว่าพฤติกรรมชาวต่างชาติชอบอยู่รวมกันเป็นแหล่งๆ เช่น ชาวญี่ปุ่นนิยมพักอาศัยย่านถนนสุขุมวิท ตั้งแต่ต้นสุขุมวิทไล่ไปจนถึงเอกมัย และจะอยู่อาศัยหนาแน่นแถวทองหล่อ แต่ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นเริ่มกระจายไปอาศัยในทำเลต่างๆ มากขึ้น เช่น บางนาหรือลาดพร้าว เพราะในปัจจุบันราคาคอนโดฯ หรือค่าเช่าคอนโดฯ ย่านสุขุมวิท เนื่องด้วยเหตุผลของการประหยัดค่าใช้จ่ายเป็นหลัก ส่วนลูกค้าชาวยุโรปส่วนใหญ่มักเลือกทำเลอยู่อาศัยย่านสาทร พญาไท ราชเทวีและอารีย์เป็นหลัก และบางส่วนจะอยู่ในย่านสีลม สาทรและลุมพินี เป็นต้น

นอกจากนี้ยังต้องศึกษาพฤติกรรมการอยู่อาศัย เช่น ขนาดห้องที่ต้องการ เฟอร์นิเจอร์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้อง มีข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษาด้านอสังหาฯ ต่างชาติรายใหญ่ระบุว่าลูกค้าต่างชาติส่วนใหญ่อยู่อาศัยในลักษณะครอบครัว จึงต้องการห้องชุดแบบ 2-3 ห้องนอนมากที่สุด แต่ที่น่าสนใจก็คือผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นกับประเทศในยุโรปนั้น เป็นที่มาของเหตุผลการประหยัดค่าใช้จ่ายของบริษัทต่างๆ จึงทำให้ห้องชุดแบบ 1 ห้องนอนได้รับความนิยมมากขึ้น
การตัดสินใจเลือกลงทุนในคอนโดฯ เพื่อปล่อยเช่ายังมีรายละเอียดที่ควรศึกษาอีกมากมาย ที่ยกมานั้นเป็นเพียงหลักเบื้องต้นที่ผู้ลงทุนต้องตีโจทย์ลูกค้าให้ได้ก่อนตัดสินใจทุกครั้ง
ติดตามข่าวสารอสังหาฯและข่าวดังในกระแส www.home.co.th/news
ติดตามข้อมูลโครงการและความเคลื่อนไหวด้านอสังหาฯ www.home.co.th และ www.facebook.com/Homebuyersgroup.co
หรือชมวิดีโออื่นๆ คลิกที่นี่ www.home.co.th/vdo , www.youtube.com/tvhomebuyer