การที่จะเริ่มต้นทำธุรกิจหรือเป็นเถ้าแก่หน้าใหม่จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประสบความสำเร็จ เถ้าแก่หน้าใหม่จึงต้องมีการเตรียมตัวให้มากไม่ว่าจะเป็นการศึกษาหาข้อมูลในธุรกิจที่จะทำให้เข้าใจอย่างถ่องแท้และมีการวางแผนงานทางธุรกิจที่รอบคอบและชัดเจน จึงมีคำถามตามมาว่า การที่เราจะเริ่มทำธุรกิจของตัวเองต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง
1.ต้องเตรียมตัวของเราเองเถ้าแก่ใหม่ต้องมีความพร้อมที่จะเป็นเจ้านายตัวเอง มีความพร้อมที่จะเสี่ยง เพราะการทำธุรกิจมีโอกาสขาดทุนได้ มีความรับผิดชอบต่อธุรกิจและคนในบริษัท พร้อมที่จะทุ่มเทเวลาให้กับงาน พร้อมที่จะเปลี่ยนสถานะจากลูกค้าไปเป็นผู้ให้บริการ มีความอดทนและเรียนรู้ที่จะพัฒนาตนเอง
2.ต้องมองเห็นโอกาสทางธุรกิจรู้ว่าตลาดต้องการอะไร หรือเรามีประสบการณ์และความสามารถที่สร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการออกมาได้ดีกว่าคู่แข่งในตลาด แต่สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุด คือ เหตุผลในการอยากทำธุรกิจของตัวเอง อย่าทำธุริกจเพราะไม่มีความสุขกับงานที่ทำอยู่ หรือเรียนจบมาแล้วไม่รู้ว่าจะทำงานอะไร หากเป็นเหตุผลเช่นนั้นเราแทบจะไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จได้เลย
3.ต้องมีผลิตภัณฑ์หรือบริการที่โดดเด่นเนื่องจากยุคสมัยนี้ภาวะการแข่งในเชิงธุรกิจมีสูงมาก เถ้าแก่บางคนใช้กลยุทย์ด้านราคาสู้กับคู่แข่งในตลาด แต่หลายๆ ครั้งเราจะเห็นว่าราคาอย่างเดียวไม่ได้ตอบโจทย์ของลูกค้า ยกตัวอย่างเช่นธุรกิจยอดฮิตของวัยรุ่นสมัยนี้อยากเปิดร้านกาแฟโดยขายถูกกว่าร้านดังในตลาด แต่กลับกลายเป็นว่าร้านดังก็ยังคงอยู่เป็นเจ้าของมาร์เก็ตแชร์มากที่สุดอยู่ดีโดยไม่ต้องลดราคามาสู้ ดังนั้นจะเห็นได้ว่าความโดดเด่นของสินค้าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
4.ต้องมีแผนการตลาดที่ชัดเจนนอกจากผลิตภัณฑ์และราคาที่สามารถแข่งขันได้แล้ว แผนการตลาดและกลยุทธ์ที่ชัดเจนจะเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีโอกาสประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะมีการแข่งขันกันรุนแรงมากน้อยเพียงใด ต้องรู้ว่ากลุ่มลูกค้าของเราเป็นใคร มีจำนวนมากน้อยแค่ไหน เราจะสร้างแบรนด์ของเราอย่างไร มีโพสิชันนิงอย่างไร มีแผนที่จะทำโปรโมชันและสื่อให้ลูกค้าทราบได้อย่างไรบางธุรกิจทำเลเป็นเรื่องสำคัญมากร้านค้าที่อยู่ในทำเลที่ดีจะสามารถดึงลูกค้ามาซื้อของเราได้ แต่ค่าใช้จ่ายมักจะสูงกว่าทำเลอื่นๆซึ่งเราต้องวิเคราะห์ดูความคุ้มค่าด้วย
5.ต้องวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของธุรกิจและระยะเวลาในการได้ทุนคืนเราต้องรวบรวมต้นทุนต่างๆ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการมาเปรียบเทียบกับยอดขาย รวมทั้งประมาณการกำไรที่คาดว่าจะได้รับเป็นรายเดือน เพื่อที่จะได้ทราบว่าธุรกิจของเราจะเริ่มมีกำไรเมื่อไหร่แต่อย่างไรก็ตามเราควรประมาณการยอดขายและกำไรในภาวะที่ธุรกิจสามารถทำได้ต่ำกว่าที่เราคาดหวังไว้ เพื่อให้ทราบความเสี่ยงในการทำธุรกิจนั้น และสามารถช่วยให้เราตัดสินใจในการเริ่มต้นธุรกิจได้
6.ต้องมีความพร้อมของเงินทุนอย่างน้อย 6 เดือนเราต้องวางแผนในการระดมทุนให้เพียงพอ นอกจากนี้ต้องมีการวางแผนการใช้เงินอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร เช่น ร้าน หรืออุปกรณ์ เป็นเงินเท่าไหร่ ในการทำธุรกิจช่วงแรกๆ สำหรับเถ้าแก่ใหม่อาจจะพิจารณาการเช่าอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้เพื่อลดภาระในการลงทุน ซึ่งสามารถลดความเสี่ยงในการเริ่มต้นธุรกิจไปได้ และอย่าลืมประมาณการค่าใช้จ่ายประจำในแต่ละเดือน เช่น ค่าเช่า ค่าจ้าง การประมาณการค่าวัตถุดิบ รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นๆด้วย
7.ต้องวางโครงสร้างของธุรกิจเราต้องตัดสินใจว่าจะทำธุรกิจในรูปแบบของบุคคล ห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทจำกัด การขออนุญาตการทำธุรกิจ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง การวางระบบบัญชี และภาษี มีการทำงบการเงินที่ถูกต้อง เพราะงบการเงินนั้นทำให้เราสามารถวิเคราะห์สถานะของกิจการ และสามารถช่วยให้เราแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว
8.ต้องรู้ว่าจะหาแรงงาน วัตถุดิบ และอุปกรณ์จากที่ใดต้องรู้ว่าธุรกิจของเรามีความจำเป็นในการใช้แรงงานมากน้อยเพียงใด เราต้องวางแผนในการหาแรงงานให้รอบคอบ เพราะนอกจากจะต้องจ่ายค่าแรงงานสูงถึงวันละ 300 บาทแล้ว แต่ก็ยังหาลูกจ้างยากอยู่ดี ส่วนวัตถุดิบนั้นเราควรมีซัพพลายเออร์หลายๆ รายเพื่อลดความเสี่ยงในกรณีที่ซัพพลายเออร์ที่เราใช้เป็นประจำอาจประสบปัญหาทางธุรกิจธุรกิจของเราจะได้ไม่หยุดชะงัก
9.ต้องการบริหารจัดการให้เป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผน การจัดการด้านการผลิตการจัดการบุคลากร การขาย การบริการลูกค้า การแจกจ่ายงาน การติดตามงาน รวมทั้งการแก้ไขปัญหาที่ไม่คาดคิด เมื่อเกิดปัญหาขึ้นเราจะมีแผนรองรับอย่างไร
จะเห็นได้ว่า ในการคิดจะเริ่มต้นธุรกิจเป็นของตัวเองนั้นมีเรื่องต่างๆ ที่เราต้องคำนึงถึงแล้ว เราอาจเลือกวิธีการอื่นๆที่จะช่วยให้เราเริ่มต้นการทำธุรกิจให้ง่ายขึ้นโดยการซื้อแฟรนไชส์ หรือการซื้อกิจการต่อจากผู้อื่นเพราะจะทำให้เราตัดปัญหาในการวางระบบการทำงานและการบริหารเอง การสร้างฐานลูกค้าก็ง่ายขึ้น และสามารถลดความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้
แต่อย่างไรก็ตาม การที่จะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น เราต้องมีการหาความรู้เพิ่มเติมและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ เพื่อธุรกิจของเราจะสามารถอยู่ในโลกที่มีแข่งขันอย่างเข้มข้นได้
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย