สำหรับเทคนิคง่ายๆ ที่อาจนำมาประยุกต์เพื่อช่วยในการเนรมิตบ้านธรรมดาๆ ของเราให้กลายเป็นบ้านประหยัดพลังงาน คงหนีไม่พ้นแนวทางปฏิบัติที่น่าสนใจ 20 ข้อ ดังต่อไปนี้
1) ออกแบบหรือปรับปรุงบ้าน ให้ประตู หน้าต่าง และช่องลม ตรงกับทิศทางลม ในช่วงฤดูร้อน โดยเฉพาะในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงพฤษภาคม ซึ่งปกติลมจะมาจากทางทิศใต้ หรือทิศตะวันตกเฉียงใต้เป็นสำคัญ
2) เลือกใช้ผนังบ้านที่ป้องกันความร้อน โดยผนังถือเป็นช่องทางสำคัญที่นำความร้อนเข้ามาสู่บ้าน แนวทางที่นิยมทำกัน ก็คือการเปลี่ยนการใช้อิฐมอญหรืออิฐบล็อก หันมาใช้คอนกรีตมวลเบาแทน ซึ่งเป็นวัสดุที่คลายความร้อนได้เร็วกว่าอิฐมอญได้ถึง 4 เท่า แถมยังมีคุณสมบัติช่วยดูดซับเสียง ได้ดีกว่าด้วย และราคาตอนนี้ไม่แพงเหมือนแต่ก่อนแล้ว เพราะผู้ผลิตแข่งขันกันสูงมาก
3) ติดฉนวนที่ฝ้าเพดาน เพื่อลดการทำงานของเครื่องปรับอากาศ ฉนวนฝ้าเพดานเป็นวัสดุที่ รู้จักกันดีในหมู่สถาปนิกและวิศวกรมานานแล้ว แต่เจ้าของบ้านมักมองข้ามความสำคัญไป ด้วยเหตุผลเพียงเพราะเสียดายเงิน ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างหนึ่ง เพราะจะช่วยประหยัดรายจ่ายในการใช้เครื่องปรับอากาศในระยะยาวลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
4) ทำช่องระบายอากาศใต้ชายคา หรือที่จั่วหลังคา หรือติดตั้งเครื่องระบบระบายอากาศโดยอาศัยพลังลมที่หลังคา ซึ่งจะช่วยให้บรรยากาศภายในบ้านเย็น สามารถลดการใช้พลังงานลงได้
5) ติดตั้งกันสาด มู่ลี่ ให้กับหน้าต่าง และติดฟิล์มที่สะท้อนรังสีความร้อนให้หน้าต่างกระจก เพื่อลดความร้อนเข้าบ้าน
6) ปลูกต้นไม้เพื่อบังแสงแดด และลดรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ ทั้งนี้อาคารสถานที่ที่มีต้นไม้ปลูกบังจะทำให้ความร้อนไปกระทบตัวตึกลดลง มีผลให้อุณหภูมิในอาคารลดลงประมาณ 11 องศา ในฤดูร้อน จากการศึกษาพบว่าพื้นที่ปลูกต้นไม้ขนาดครึ่งไร่ จะเทียบเท่ากับการให้ความเย็นของเครื่องปรับอากาศขนาดกลางภายในบ้านจำนวน 2 ตัว ทำงานเป็นเวลา 12 ชั่วโมง
7) หลังคา ควรเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาที่มีสีขาวหรือสีอ่อน เพราะจะช่วยสะท้อนความร้อนได้มากกว่าสีดำหรือสีเข้มถึง 30-80% หรือถ้าอยากประหยัดพลังงานเพิ่มขึ้นอีก อาจลงทุนติดตั้งระบบพ่นฝอยละอองน้ำหลังคา ซึ่งระบบนี้ปกติจะมีอุปกรณ์พ่นฝอยละอองน้ำอยู่เหนือหลังคา เมื่อแดดร้อนสามารถเปิดระบบให้พ่นฝอยละอองน้ำ ซึ่งการระเหยของน้ำจะช่วยดูดความร้อนจากแผ่นมุงหลังคาให้เย็นลงได้ ทำให้บ้านเย็น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าจะช่วยลดอุณหภูมิหลังคาจาก 60-65 องศาเซลเซียสได้ถึง 23 องศาเซลเซียส
8) ทาสีผนังด้านนอกด้วยสีอ่อน เพื่อสะท้อนความร้อนไม่ให้เข้าสู่อาคาร สำหรับภายในบ้านควรทาสีผนังบ้านหรือเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์สีอ่อนๆ เพื่อทำให้ห้องและบ้านดูสว่าง ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถช่วยลดการใช้หลอดไฟได้ทางหนึ่ง
9) ลงทุนซื้อหรือเปลี่ยน อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จากที่ใช้ไฟมากและไม่มีประสิทธิภาพ เปลี่ยนมาเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพมากกว่า ตัวอย่างเช่น เปลี่ยนหลอดไส้เป็นหลอดตะเกียบ หรือการเลือกซื้อเตาไมโครเวฟ ถ้ามีความจุใกล้เคียงกัน ควรเลือกซื้อรุ่นที่กินกำลังไฟ(วัตต์) น้อยกว่า
10) เลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าให้มีขนาดเหมาะสมกับความจำเป็นโดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้ไฟมาก และต้องใช้อยู่เสมอเช่นโทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องเป่าผม เตาไมโครเวฟ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า กระติกน้ำร้อน เครื่องซักผ้าและพัดลมระบายอากาศ เป็นต้น ปกติเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ ถ้ามีขนาดใหญ่จะกินไฟมากกว่าขนาดเล็ก
11) เลือกตู้เย็นที่ได้ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 และควรตรวจสอบยางขอบประตูตู้เย็นอยู่เสมอ โดยเสียบกระดาษระหว่างขอบยางแล้วปิดประตู ถ้าสามารถเลื่อนกระดาษขึ้นลงได้ แสดงว่าขอบยางเสื่อม ควรเปลี่ยนใหม่เพราะจะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก สิ้นเปลืองมาก
12) ไม่ตั้งตู้เย็น ไม่ตั้งเตาไมโครเวฟ ไม่รีดผ้า ไม่ต้มน้ำ ไม่ปลูกต้นไม้ หรือตากผ้า ในห้องที่มีการปรับอากาศ เพราะจะไปเพิ่มความร้อนและความชื้น ทำให้เครื่องปรับอากาศทำงานมากขึ้น
13) อย่าติดตั้งชุดระบายความร้อน ของเครื่องปรับอากาศ ใกล้ผนังมากเกินไป เพราะเครื่องจะใช้ไฟมากขึ้น และอย่านำสิ่งของไปวางขวางทางลมเข้าออก ของชุดระบายความร้อนที่อยู่นอกบ้าน ขณะที่ในบ้าน ก็อย่านำสิ่งของขวางทางลมเข้าออกของเครื่องปรับอากาศ เพราะเครื่องจะทำงานหนัก และเปลืองไฟ
14) ควรสลับการใช้พัดลมระบายอากาศ ด้วยการเปิดหน้าต่างเพื่อใช้ลมธรรมชาติช่วยถ่ายเทอากาศในห้องและควรเลิกสูบบุหรี่ในห้อง เพื่อลดการใช้พัดลมระบายอากาศด้วย
15) ออกแบบบ้านโดยใช้แสงสว่างจากธรรมชาติมากที่สุด และควรลดจำนวนหลอดไฟ ในบริเวณที่อาศัยแสงธรรมชาติได้ นอกจากนั้น ควรใช้โคมไฟตั้งโต๊ะสำหรับอ่านหนังสือ และใช้แสงสว่างเฉพาะจุด สำหรับทางเดิน เฉลียงหน้าบ้าน ภายในห้องน้ำ สำหรับในบริเวณที่ต้องเปิดไฟทิ้งไว้นาน ควรใช้หลอดไฟฟ้าที่มีวัตต์ต่ำ
16) ปั้มน้ำที่ใช้ในบ้าน ควรเลือกปั้มน้ำที่ใช้มอเตอร์ประสิทธิภาพสูง ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกประเภทที่มีถังความดันประกอบสำเร็จเป็นชุด เพราะจะมีผลต่อการรักษาความดันของน้ำในการทำงาน และช่วยประหยัดพลังงาน
17) ติดตั้งระบบน้ำของปั้มให้สามารถเก็บและจ่ายน้ำตามแรงโน้มถ่วงของโลก เพื่อลดการใช้พลังงานในการสูบน้ำภายในบ้าน เช่นควรตั้งถังเก็บน้ำไว้ที่ชั้นบนสุดของบ้าน
18) ติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นชนิดป้อนน้ำร้อน 1 เครื่องต่อ 1 ห้องน้ำ จะช่วยประหยัดไฟได้ดีกว่าชนิดเครื่องเดียวที่ป้อนน้ำอุ่นได้ครั้งละหลายๆ ห้อง
19) ใช้เตาก๊าซในการหุงต้มอาหารเสมอ เพราะปกติจะประหยัดกว่าการใช้เตาอบและเตาไฟฟ้า
20) คอมพิวเตอร์ในบ้าน ควรเลือกใช้คอมพิวเตอร์ที่มีระบบประหยัดพลังงาน โดยสังเกตจากสัญลักษณ์ Energy Star เพราะระบบนี้จะใช้กำลังไฟฟ้าลดลงร้อยละ 55 ในขณะที่รอทำงาน และควรเลือกซื้อจอภาพที่มีขนาดไม่ใหญ่เกินไป เช่นจอภาพขนาด 14 นิ้ว จะใช้พลังงานน้อยกว่าจอภาพขนาด 17 นิ้ว ถึงร้อยละ 25 นอกจากนั้นในการติดตั้งคอมพิวเตอร์ ก็ควรตั้งในบริเวณที่มีการระบายความร้อนได้ดี ก็จะมีส่วนช่วยประหยัดพลังงานได้ด้วย
แนวทางทั้ง 20 ข้อ ดังกล่าวมาแล้ว จะเห็นได้ว่าเป็นแนวทางง่ายๆ และสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในทันที ดังนั้นจึงควรรีบดำเนินการเสียแต่เนิ่นๆ ตั้งแต่วันนี้ เพราะยิ่งดำเนินการเร็วเท่าไหร่ ผลได้ที่จะได้รับจากการลงทุน ก็จะยิ่งพอกพูนกลับมาสู่ท่านมากขึ้นเพียงนั้น
แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
-
เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย