15 เคล็ดวิธีธรรมชาติ เปลี่ยนบ้านร้อน เป็นบ้านเย็น (1)

เทคนิควิธีการสำคัญ ที่นิยมทำกัน ก็คือจะเน้นการใช้วิธีการต่างๆ ในการรับมือกับแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นสาเหตุทางตรงที่ทำให้เกิดอุณหภูมิความร้อนในบ้าน ขณะเดียวกันก็จะประยุกต์ใช้ลม และต้นไม้ ซึ่งเป็นของวิเศษชั้นดีจากธรรมชาติมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ในการใช้บัง ปรับลดอุณหภูมิ และนำความสุขสบายมาสู่บ้าน >

ทั้งนี้เคล็ดวิธีธรรมชาติ ในการเปลี่ยนบ้านร้อนให้กลายเป็นบ้านเย็น เท่าที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน และในเมืองไทยได้รับการยอมรับว่าได้ผลดี เท่าที่รวบรวมได้ ประกอบด้วยแนวทางหลักๆ 15 แนวทางด้วยกัน ดังนี้  

1. วางผังบ้านให้ถูกทิศ โดยกำหนดให้ด้านยาวของตัวบ้านวางตั้งฉากกับทิศเหนือเพื่อเปิดช่องลมให้เข้าบ้านมากที่สุด วางด้านแคบของตัวบ้านหันเข้าหาทิศตะวันออก และทิศตะวันตก เพื่อเป็นการจำกัดพื้นที่ที่จะรับความร้อน ขณะเดียวกันก็พยายามจัดให้มีช่องเปิดของผนังน้อยที่สุดในด้านทิศตะวันออกและทิศตะวันตก

2. ออกแบบรูปทรงบ้านให้เหมาะสม โดยเน้นออกแบบให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งถือเป็นรูปทรงบ้านที่ช่วยหลบแดดได้ดีที่สุด เพราะมีเส้นรอบรูปน้อยที่สุด นอกจากนั้นควรออกแบบบ้านให้มีลักษณะโปร่งโล่ง กั้นภายในอาคารแต่น้อย มีหลังคาสูงและลาดเอียงเช่น หลังคาจั่ว หลังคาปั้นหยาและหลังคาที่มีชายคายื่นยาวเพื่อช่วยบังแดดและกันฝนได้ดีขึ้น

3. ปลูกต้นไม้ช่วยบังแดดในบริเวณบ้าน เพื่อช่วยดูดซับความร้อนในเวลากลางวันและช่วยบังให้ผนัง หลังคา ช่องแสง ให้ถูกแสงแดดน้อยลง และช่วยสร้างแก๊สออกซิเจนออกสู่บรรยากาศ ก่อให้เกิดความชุ่มชื้นขึ้น การมีต้นไม้ใหญ่ในบ้าน 1 ต้น เทียบเท่ากับการมีเครื่องปรับอากาศขนาด 1 ตันในบ้าน ซึ่งจะสามารถช่วยลดความร้อนทั้งภายในบ้านและนอกบ้านได้อย่างมีนัยสำคัญ

4. ใช้วัสดุมุงหลังคา ประเภทที่ไม่เป็นตัวนำความร้อน ความร้อนในตัวบ้าน ส่วนใหญ่จะมาจากความร้อนที่ผ่านมาทางหลังคาเป็นสำคัญคือประมาณร้อยละ 80 ดังนั้นการเลือกใช้วัสดุมุงหลังคาจึงมีความสำคัญมาก วัสดุมุงหลังคาที่เหมาะสม ควรเป็นประเภทที่ไม่เป็นตัวนำความร้อน หรือเป็นวัสดุที่มีผิวสะท้อนรังสีความร้อนได้ดี ทั้งนี้ควรใช้วัสดุสีอ่อน ทั้งที่หลังคาและที่ผนังภายนอกหลังคา ควรมีฝ้าเพดาน และระหว่างหลังคากับฝ้าเพดานควรมีฉนวนกันความร้อนและมีการระบายอากาศใต้หลังคา

5. ติดตั้งฉนวนป้องกันความร้อนในจุดที่รับความร้อน ฉนวนกันความร้อน ถือเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะช่วยป้องกันความร้อนไม่ให้เข้ามาในบ้าน ฉนวนที่ใช้อาจเป็นกระจกฝ้า ม่าน คอนกรีตบล็อกชนิดโปร่งหรือฉนวนธรรมชาติ ต้นไม้ใบเลื้อยปกคลุมผนัง ไม้เลื้อยบนหลังคาโปร่งหรือวนบนหลังคา หรือใช้เป็นระแนง ที่ปลูกเถาไม้เลื้อยที่ทำให้เกิดลมเย็นที่พัดผ่านความชุมชื้นของใบไม้ระหว่างซอกแผงระแนงกับผนัง ป้องกันแสงแดดและมีคุณสมบัติพิเศษคือ ป้องกันฝุ่นและเก็บเสียง

6. ใช้หน้าต่างประเภทกันความร้อนได้ โดยเน้นใช้กระจกในหน้าต่างที่สามารถทำที่บังแดดให้กระจกได้เท่านั้น และใช้กระจกที่มีคุณสมบัติในการตัดแสง หรือไม่ดูดซึมความร้อนหรือกระจกเคลือบผิวสะท้อนแสงหรือกระจกสองชั้น ทั้งนี้จะต้องพยายามให้ มีช่องแสงและหน้าต่างเท่าที่จำเป็นเท่านั้นในด้านทิศตะวันออกและตะวันตกของอาคาร และควรเลือกใช้แผงบังแดดนอกอาคาร ซึ่งปกติแล้ว จะกันแดดและความร้อนได้ดีกว่ากระจกตัดแสง หรือม่านและมู่ลี่ในอาคาร

7. พื้นและวัสดุที่ใช้ปูพื้นควรยกสูงและยกพื้นใต้ถุนให้สูงโปร่ง เพื่อเป็นการป้องกันความชื้นจากดินและการยกพื้นใต้ถุนสูงโปร่งโดยไม่ถมดิน ซึ่งจะช่วยให้รู้สึกเย็นสบายขึ้น เพราะจะเกิดลมหมุนเวียนที่ใต้ถุนบ้านและบนบ้าน ทำให้ส่วนอยู่อาศัยเย็นขึ้น

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

ขั้นตอนที่ 1 จาก 2

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา
ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ประเภทอสังหาฯ *
ช่วงราคา (บาท)

-

ไม่อยากหาเอง ให้เราช่วยไหม ?

แค่ระบุสิ่งที่ต้องการ ที่เหลือเป็นหน้าที่เรา

ความต้องการ *
ประเภทอสังหาฯ *
ประเภทอสังหาฯ *
ที่ตั้ง *
ช่วงราคา (บาท)

-

ข้อมูลการติดต่อกลับ?

เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถแนะนำคุณได้สามารถเพิ่มช่องทางติดต่อได้เลย

ชื่อ
เบอร์โทรศัพท์ *

บทความแนะนำ

บทความที่เกี่ยวข้อง